FOX REWIND : เหตุการณ์ที่บูกิตจาลิลวันนั้น มันคือบทเรียนของผมและผู้ตัดสิน “สุทธินันท์ พุกหอม “

เหลืออีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้นการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน หรือที่รู้จักกันในนาม เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ก็จะระเบิดศึกขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเต็งแชมป์ของรายการนี้ หลายฝ่ายยกให้ ทีมชาติไทย เจ้าของแชมป์ 5 สมัยเป็นเต็ง 1 หนึ่งที่จะป้องกันแชมป์ได้เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตามหากใครที่ได้ติดตามฟุตบอลรายการนี้ ตั้งแต่สมัยใช้ชื่อว่า ไทเกอร์ คัพ น่าจะมีโอกาสได้เห็นความผิดพลาดจากผู้ตัดสินให้เห็นอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

 

ซึ่งผู้ที่เสียประโยชน์ ขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ใช่เฉพาะทัพ ช้างศึก ที่ถูกพิษนกหวีดเล่นงานเพียงชาติเดียว ชาติอื่นๆที่เข้าร่วมการแข่งขันก็เคยถูกกระทำ จากการตัดสินมาแล้วเช่นกัน แม้ว่า ทีมชาติไทย จะถูกหมายหัวจากบรรดาชาติในอาเซียนที่ต้องการโค่นทีมชาติไทยให้ได้ก็ตาม

 

และหากย้อนไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว หลายคนคงจำได้ดีกับเหตุการณ์ที่ลูกทีมของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เดินทางไปคว้าแชมป์ได้ถึงประเทศมาเลเซีย เรียกได้ว่าหอบถ้วยแชมป์อาเซียนกลับมาให้คนไทยได้ชื่นชมกันอย่างยิ่งใหญ่ แต่อย่าลืมไปว่าก่อนหน้านั้น แม้ว่าทัพ ช้างศึก จะสามารถเก็ยชัยได้ในบ้านของตัวเองในเกมแรก 2-0 แต่หนทางที่พวกเขาต้องเผชิญในเกมที่ 2 ถือเป็นงานที่หนักหนาสาหัสเอามากๆ เมื่อพวกเขาต้องรับแรงกดดันจากแฟนบอลแดนเสือเหลืองเรือนแสนคน รวมไปการตัดสินของผู้ตัดสิน ที่มอบของขวัญให้กับเจ้าถิ่นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเกม

 

 

และแม้ว่าท้ายที่สุด ทีมชาติไทย จะเป็นแชมป์ได้สำเร็จด้วยสกอร์รวม 4-3 โดยนอกจากลูกยิงปลดล็อกของ ชาริล ชัปปุยส์ และลูกกระหน่ำปิดกล่องด้วยซ้ายของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ แล้ว เหตุการณ์ที่น่าจะติดตาและสร้างอารมณ์ขุ่นมั่วให้กับแฟนบอลชาวไทย ก็น่าจะเป็นเมนู นกหวีดหวาน ที่ผู้ตัดสิน อาลีเรซ่า ฟากานี่ ชาวอิหร่าน มอบจุดโทษให้ ทีมชาติมาเลเซีย ตั้งแต่นาทีที่ 7 ของเกม

 

โดยวันนี้ FOX Sports Thailand จะขอพามาพบกับ หนึ่งในผู้เล่นที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว นั่นก็คือ สุทธินันท์ พุกหอม ปราการหลังจาก ชลบุรี เอฟซี ที่ไม่ได้เสียเหลี่ยมผู้เล่นมาเลเซีย แต่กลับเสียเหลี่ยมให้เชิ้ตดำชาวอิหร่าน ย้อนมาฟังกันว่าเหตุการณ์เมื่อ 4 ปีที่แล้วกับจังหวะที่ทำให้หัวใจคนไทยตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

จังหวะเสียจุดโทษ วินาทีที่ 22 

 

 

FOX Sports Thailand : ประสบการณ์ในรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ กับการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ?
สุทธินันท์ พุกหอม : คือตรงนี้ตัวผมเองก็ต้องบอกตามตรงว่า ผมก็เคารพการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินนะ จากที่เคยเล่นรายการนี้ตัวผมเองมองต่างมุมครับ คือการที่ผมเป็นนักเตะ ผมมีหน้าที่ทำผลงานและช่วยทีมให้ได้มากที่สุด ส่วนผู้ตัดสินเขาก็ต้องทำหน้าที่ของเขาอย่างเต็มที่เช่นกัน ส่วนจะตัดสินได้เที่ยงตรง หรือยุติธรรมหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับผู้ที่ลงมาทำหน้าที่ ผมมองว่ามันเป็นเกียรติของเขาที่ได้ตัดสินเกมระดับนี้ ดังนั้นผมจึงไม่สามารถตอบได้ว่า มันคือความผิดพลาดโดยสุจริตหรือไม่ แต่เหตุการณ์มันก็ผ่านไปแล้วครับ

 

FOX Sports Thailand : ทีมชาติไทย เตรียมใจโดนจุดโทษไว้ก่อนแล้ว ?
สุทธินันท์ พุกหอม : ก่อนลงสนาม ผู้เล่นทีมชาติไทย ทุกคนรู้ดีว่าอาจต้องพบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แต่เราเตรียมรับมือไว้แล้ว พวกเราคิดกันเล่นๆไว้ก่อนแล้ว เราเผื่อใจไว้แล้วว่าต้องมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นแน่ๆ สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นจริงๆ แถมยังเป็นการเกิดขึ้นโดยตรงกับผมด้วย มันค่อนข้างโชคร้าย ไม่สิไม่โชคร้าย มันคือการตัดสินที่ผิดพลาด

 

 

FOX Sports Thailand : วินาทีที่ตัวเองทำเสียจุดโทษ เกิดอะไรขึ้น ?
สุทธินันท์ พุกหอม : จังหวะนั้นผมตั้งใจที่จะเข้าให้ถึงบอลก่อนผู้เล่นมาเลเซีย แต่กลับถูกคู่แข่งขัดขาและล้มไปทั้งคู่ วินาทีแรกผมยังคิดเราได้ฟาล์ว แต่พอลุกขึ้นมามันดันเป็นลูกจุดโทษของ มาเลเซีย

 

 

FOX Sports Thailand : นักเตะไทยเข้าไปพูดอะไรกับผู้ตัดสิน อาลีเรซ่า ฟากานี่ ?
สุทธินันท์ พุกหอม : จังหวะนั้นผมก็ได้แต่เข้าไปถามละ ว่าฟาล์วได้อย่างไร ฟาล์วตรงไหน ผมก็รู้ดีว่าเราทำได้แค่ยื้อเวลาในการขอคำอธิบายกับผู้ตัดสิน เพราะไม่สามารถเปลี่ยนตำตัดสินได้แน่ๆ บรรยากาศทีมตอนนั้นอย่างที่บอกทุกคนไม่เสียขวัญ เพราะเตรียมใจไว้แล้ว ว่าต้องมีจุดโทษแน่ๆ แต่หลังจากนั้นพวกเรารวมพลังกัน ซึ่งทุกคนก็สู้และเล่นตามระบบที่โค้ชได้วางไว้ ผมยืนยันว่าตอนนั้นไม่มีใครท้อเลยครับ

 

 

FOX Sports Thailand : หากวันนั้นมีเทคโนโลยี VAR ?
สุทธินันท์ พุกหอม : ถ้ามี VAR ตอนนั้น ผมมั่นใจว่าไม่เสียจุดโทษแน่นอนครับ ผมก็มั่นใจนะว่าผมเข้าถึงบอลก่อน และภาพช้ามันก็ชัดเจนอยู่แล้ว หากมันจะเป็นการฟาล์วมันต้องเป็น มาเลเซีย ที่ฟาล์วใส่ผม แถมยังแกล้งตบตาผู้ตัดสิน ซึ่งผมคิดว่าหากผู้ตัดสินได้มากชมภาพรีเพลย์เขาก็น่าจะรู้ว่าเขาตัดสินใจผิดพลาดในวันนั้น แต่ทุกอย่างมันผ่านมาแล้ว ผมคิดว่ามันคือประสบการณ์อันล้ำค่าของ และมันยังเป็นประสบการณ์ของผู้ตัดสินรายนั้นด้วย

 

 

สำหรับ ทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในฐานะแชมป์เก่า อยู่ในกลุ่มบี ร่วมกับ อินโดนีเซีย , สิงคโปร์ , ฟิลิปปินส์ และ ติมอร์ เลสเต

โปรแกรมการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ติมอร์ เลสเต พบ ไทย เวลา 19.00 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 ไทย พบ อินโดนีเซีย เวลา 18.30 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 ฟิลิปปินส์ พบ ไทย เวลา 18.30 น. ณ สนามปานาอัด สเตเดียม
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 ไทย พบ สิงคโปร์ เวลา 19.00 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน

ถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD , Bugaboo TV และ FOX SPORT 

Comments