FOX REWIND : ย้อนเวลาชมแชมป์แรกในประวัติศาสตร์ลูกหนังอาเซียน

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการลูกหนังชิงความเป็นจ้าวลูกหนังในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ไม่มีเจ้าภาพ นับตั้งแต่มีการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 1996 โดย 3 ครั้งแรก เป็นการแข่งขันแบบมีเจ้าภาพชาติเดียวจนถึงปี 2000  หลังจากนั้น จนถึงปี 2016 เป็นการแข่งขันแบบใช้เจ้าภาพร่วม ก่อนที่ สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) จะประกาศจัดการแข่งขันรูปแบบใหม่ ด้วยการยกเลิกระบบเจ้าภาพในปี 2018 ซึ่งทุกชาติจะได้เล่นเกมเหย้า 2 นัด และ เยือน 2 นัดเท่ากัน โดยที่ไม่มีเจ้าภาพ ในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ในรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ จะลงเล่นแบบเหย้าเยือนเหมือนเดิม

 

ส่วนรอบชิงชนะเลิศจากเดิมที่แข่งกันนัดเดียวรู้ผล ก็มาใช้กฏแบบการเล่นเหย้าเยือน 2 นัดตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา โดยหลังจากที่หันมาใช้ระบบดังกล่าว ชาติแรก ที่คว้าแชมป์จากระบบเหย้าเยือนก็คือ ทีมชาติสิงคโปร์ ที่เอาชนะ ทีมชาติอินโดนีเซีย ด้วยสกอร์รวม 5-2

 

 

สำหรับตอนนี้กลิ่นอายของฟุตบอลรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เริ่มกลับมาอีกครั้ง โดย FOX Sports Thailand จะขอพาทุกท่านย้อนเวลาไปเมื่อ 22 ปีที่แล้ว กับครั้งแรกของการแข่งขัน เอเอฟเอฟ แชมเปี้ยนส์ชิพ หรือ ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ที่ ทีมชาติไทย สามารถสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาติแรกในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อ 1996 ซึ่งตอนนั้นใช้ชื่อตามผู้สนับสนุนหลักว่าศึก ไทเกอร์ คัพ

 

 

การแข่งขันครั้งแรกประเทศสิงคโปร์รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยมี 10 ชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่ม เอ ประกอบไปด้วย อินโดนีเซีย ,เวียดนาม ,เมียนมาร์ ,ลาว และ กัมพูชา ส่วนกลุ่มบี มี ไทย ,สิงคโปร์ ,มาเลเซีย ,บรูไน และ ฟิลิปปินส์ โดย ทีมชาติไทย ณ ตอนนั้นอุดมไปด้วยนักเตะมากพรสวรรค์ในเกมรุก ทั้ง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ,เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์, วรวุฒิ ศรีมะฆะ รวมไปถึงจอมทัพอย่าง สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ที่รับบทตัวสร้างสรรค์เกมในแดนกลาง

 

 

ซึ่งการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก ทีมชาติไทย ถล่ม ทีมชาติฟิลิปปินส์ 5-0 โดยได้ประตูจาก พิทยา สันตะวงศ์ อดีตกองหน้าของตลาดหลักทรัพย์ และ เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ ที่ยิงคนละ 2 ประตู ส่วนอีกหนึ่งประตูเป็นของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ประเดิมรายการ ไทเกอร์ คัพ ครั้งด้วยการคว้าชัยชนะอย่างสวยสดงดงาม

 

 

เกมต่อมาขุนพล ช้างศึก ต้องพบกับทีมเศรษฐีอย่างบรูไน และแข้งทีมชาติไทยก็ไม่ทำให้กองเชียร์แดนสยามต้องผิดหวังเมื่อจัดการรัวยิงเอาชนะ ทีมชาติบรูไน ไปถึง 6-0 ซึ่งผู้ยิงประตูล้วนเป็นหน้าเดิมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ 2 ประตู พิทยา สันตะวงศ์ และ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อีกคนละ 1 ประตู ส่วนอีกสองประตูได้จากกองหน้าร่างยักษ์อย่าง วรวุธ ศรีมะฆะ

 

การแข่งขันนัดที่ 3 ที่ถือเป็นศึกหนักของทีมชาติไทย โดยพบกับทีมคู่ปรับอย่าง มาเลเซีย ที่มี ไซนัล อาบิดีน ฮัสซัน แข้งระดับตำนานของทัพ เสือเหลือง เป็นตัวชูโรง ซึ่งตอนนั้น มาเลเซีย ถือเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ ไทย โดยก่อนหน้านั้น ช้างศึก ไม่สามารถเอาชนะ มาเลเซีย ได้เลย ทั้งในรายการ ซีเกมส์ และ เอเชียนเกมส์ เช่นเดียวกับการพบกันครั้งแรกในศึก ไทเกอร์ คัพ เมื่อทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1

 

 

โดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ยิงประตูให้ ไทย ออกนำไปก่อนในครึ่งแรก ก่อนจะโดนทีเด็ดของ ไซนัล อบิดิน ในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย แบ่งกันไปทีมละแต้ม จากผลเสมอในเกมนั้น เท่ากับว่าเกมนัดสุดท้ายของรอบแรก เจ้าภาพอย่าง สิงค์โปร์ ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากการโค่นทีมชาติไทยให้ได้ ซึ่งความหวังฝากที่บ่าของ ฟานดี้ห์ อะหมัด เทพเจ้าลูกหนังในเวลานั้นของชาวสิงคโปร์

 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทัพ เมอร์ไลอ้อน จะสู้ตายถวายหัวต่อกรกับ ทีมชาติไทย ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ท่ามกลางแฟนบอลกว่า 42,000 คน แต่พวกเขาก็ต้องมาเจอทีเด็ดของ อัลเฟรด เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ ที่ยิงประตูเขี่ยเจ้าภาพตกรอบทั้งน้ำตาในนาทีที่ 70 ของเกม พร้อมกับควงแขน มาเลเซีย ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ

 

 

เกมในรอบรองชนะเลิศของ ทีมชาติไทย ต้องโคจรมาพบกับ ทีมชาติเวียดนาม ที่มีซูเปอร์สตาร์ประจำทีมอย่าง ลี เฮือง ดุ๊ก และ เหงียน ฮอง ซอน โดยเกมนี้พลพรรค ช้างศึก โชว์ฟอร์มดุด้วยการรัวยิงนำห่างทัพ ดาวทอง ใน 45 นาทีแรกไปถึง 3-0 โดยได้สามประตูจาก เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ,เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ สองประตู ก่อนที่ต้นครึ่งหลัง วรวุธ ศรีมะฆะ จะมาบวกประตูที่ 4 ให้กับ ทีมชาติไทย

 

และแม้ว่าเวียดนามจะยิงคืนมาได้อีก 2 ประตู ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายจาก โว ฮวง พู และ เหงียน ฮอง ซอน แต่สุดท้ายทีมชาติไทยก็ผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

 

 

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรายการ เอเอฟเอ เป็นการกลับมาพบกันของ ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติมาเลเซีย หลังจากที่เจอกันมาแล้วในรอบแรก โดยเกมรอบชิงมีประตูเกิดขึ้นเพียงประตูเดียวเท่านั้น โดยเป็นการสร้างชื่อของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่กระหน่ำประตูจากนอกกรอบเขตโทษตั้งแต่นาทีที่ 9 ของเกม ซึ่งประตูของกองหน้าชาวขอนแก่น กลายเป็นประตูชัยที่ทำให้ ทีมชาติไทย คว้าแชมป์ ไทเกอร์ คัพ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์ ตกเป็นขอล ไซนัล อาบิดีน ของมาเลเซีย ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดครั้งแรกเป็นดาวยิงจอมเข้าฮอร์สของทัพ ช้างศึก อย่าง เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ ที่กระหน่ำไปทั้งสิ้น 7 ประตูในทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าว

โดย ทีมชาติไทย ถือเป็นชาติที่คว้าแชมป์รายการได้มากที่สุดถึง 5 ครั้ง รองลงมนเป็น สิงคโปร์ ที่ได้แชมป์ 4 ครั้ง ในขณะที่ มาเลเซีย กับ เวียดนาม ได้แชมป์ไปชาติละ 1 ครั้งเท่ากัน

 

 

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มของศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 มีดังนี้

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 เปิดบ้านพบกับ ติมอร์ เลสเต้
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 เปิดบ้านพบกับ อินโดนีเซีย
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 บุกเยือน ฟิลิปปินส์
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 เปิดบ้านพบกับ สิงคโปร์

Comments