ความท้าทายใหม่! 10 แข้งลีกระดับท็อปยุโรปสู่ที่เวที ACL

ในขณะที่ศึก เอเอฟซี แชมเปียนสลีก 2019 กำลังแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในรอบแบ่งกลุ่ม ผู้เล่นหลายคนทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ และยังมีหลายทีมที่ลงทุนทุ่มเงินดึงดูดบรรดาพ่อค้าแข้งชื่่อดังจากทวีปยุโรปมาร่วมทีม ซึ่งถือเป็นการยกระดับวงการฟุตบอลของทวีปเอเชีย โดยหากมองไปยังหลายๆลีกของเอเชียต้องยอมรับว่าในเวลานี้ เริ่มที่จะอยู่ในสายตาของบรรดานักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ในยุโรปมากขึ้น

โดยเฉพาะในรายการสโมสรเอเชีย ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้เล่นชื่อคุ้นแฟนบอลชาวไทยมากมาย บางรายเคยผ่านการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาแล้ว ส่วนผู้เล่นบางคนก็เคยผ่านการโชว์ฝีเท้าในรายการบิ๊กๆอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนสลีก มาแล้ว ดังนั้นสำหรับวันนี้ FOX Sports Thailand จะขอพาทุกท่านมาพบกับ 10 ผู้เล่นที่ผ่านการค้าแข้งในยุโรปมาแล้วอย่างโชกโชน ก่อนจะย้ายข้ามทวีปมาหาความท้าทายใหม่ในเอเชีย และยังได้โอกาสวาดลวดลายใน รายการ เอเอฟซี แชมเปียนสลีก 2019 โดยผู้เล่น 10 คนที่ว่าจะมีใครกันบ้างไปติดตามพร้อมๆกันเลย

 

Highlights – ยิงรัวๆ! ซานตงไล่เจ๊าคาชิมาสุดมัน 2-2 ศึก ACL

 

มารูยาน เฟลไลนี – ซานตง ลู่เนิง (จีน)


กองกลางวัย 31 ปี เพิ่งกลายเป็นอดีตนักเตะทีมชาติเบลเยียมไปหมาดๆ เมื่อเขาตัดสินใจหันหลังให้กับทัพปีศาจแดงแห่งยุโรปอย่างเป็นทางการ มารูยาน เฟลไลนี เคยค้าแข้งอยู่ในยุโรปกับสตองดาร์ด ลีแอช ในลีกบ้านเกิด ก่อนจะย้ายมาค้าแข้งในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับเอฟเวอร์ตัน ในปี 2008

จากนั้นย้ายมาค้าแข้งกับแมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคที่ เดวิด มอยส์ คุมทีม พาปีศาจแดงคว้าแชมป์ 4 รายการ ก่อนที่จะอำลาทวีปยุโรปมาค้าแข้งกับซานตง ลู่เนิง ในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งประเดิมสกอร์แรกให้กับต้นสังกัดใหม่ได้แล้ว

กราเซียโน เปลเล – ซานตง ลู่เนิง (จีน)


อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลีมีประสบการณ์ค้าแข้งในลีกบ้านเกิดอย่างโชกโชน นั่นจึงทำให้เขายอมสละทุกอย่างเพื่อมาโกยเงินหยวนในแดนมังกร กราเซียโน เปลเล เคยก้าวขึ้นไปติดทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่ในยุคที่ อันโตนิโอ คอนเต้ เป็นผู้จัดการทีม เมื่อครั้งที่เขาย้ายมาค้าแข้งในศึกพรีเมียร์ลีกกับ เซาแธมป์ตัน ก่อนที่ เปลเล จะเลือกย้ายไปเล่นในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก กับซานตง ลู่เนิง และสถาปนาตัวเองกลายเป็นแข้งตัวหลักของทีมได้ไม่ยาก

สำหรับผลงานของหัวหอกร่างยักษ์ ในรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนสลีก 2019 เปลเล่ เป็นผู้ยิงประตูให้กับทีมแต่เพียงผู้เดียว จากทั้งหมด 4 ประตูที่่ทีมทำได้ในรอบแบ่งกลุ่ม 2 เกมแรกที่เสมอกับ กียองนัม และ คาชิม่า แอนเลอร์ส ด้วยสกอร์ 2-2 ทั้งสองเกม

เปาลินโญ – กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ (จีน)


มิดฟิลด์ทีมชาติบราซิลเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีไทม์ไลน์การค้าแข้งที่คาดเดาได้ยากคนหนึ่งของวงการฟุตบอล เปาลินโญ เริ่มต้นเส้นทางสายลูกหนังในลีกบ้านเกิด ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายมาผจญภัยต่างแดนครั้งแรกในปี 2013 กับ สเปอร์ส ทีมดังในศึกพรีเมียร์ลีก

หลังจากนั้น เปาลินโญ ถูกขายไปให้กับกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ทีมในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก แบบเหนือความคาดหมายในปี 2015 ยิ่งไปกว่านั้นโชคชะตาได้ลิขิตให้เปาลินโญย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลนา ยอดทีมจากศึกลาลีกา สเปน แบบพลิกความคาดหมายอีกครั้ง ทำเอาแฟนบอลอาซูลกรานาเองก็ไม่คาดคิดว่าดีลนี้จะเกิดขึ้นจริง ก่อนที่อดีตดาวเตะ ไก่เดือยทอง จะกลับมาเล่นให้ กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ อีกครั้งเมื่อช่วงต้นฤดูกาล

บาเฟติมบี โกมิส – อัล ฮิลาล (ซาอุดิอาระเบีย)


กองหน้าชาวฝรั่งเศสวัย 33 ปี ผู้มีท่าดีใจฉลองประตูอันเป็นเอกลักษณ์ เคยค้าแข้งอยู่ในลีกยุโรปมาแล้วหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศสกับ แซงต์ เอเตียนน์, ทรัวส์, โอลิมปิก ลียง และ โอลิมปิก มาร์กเซย นอกจากนั้นยังเคยค้าแข้งในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับสวอนซี ซิตี้ ก่อนจะข้ามไปเล่นในศึกตุรกี ซูเปอร์ลีก กับกาลาตาซาลาย

โดยสโมสรปัจจุบันที่ บาเฟติมบี โกมิส กำลังค้าแข้งอยู่นั้น ได้แก่ อัล ฮิลาล ในลีกซาอุดิอาระเบีย โดยอดีตดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสเพิ่งประเดิมสกอร์แรกให้ตัวเองในศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก 2019 ได้สำเร็จเมื่อคืนที่ผ่านมา ช่วยทีมเปิดบ้านเอาชนะ อัล ดูฮาอิล 3-1

เซบาสเตียน โจวินโก (อัล ฮิลาล)


จอมทัพวัย 32 ปี ผู้ที่เคยได้รับการคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นกองกลางระดับท็อปของโลกในอนาคต แต่ทว่ามันไม่ได้กลายเป็นแบบนั้น เมื่อ เซบาสเตียน โจวินโก อดีตเด็กเทพทีมชาติอิตาลี เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่มีไทม์ไลน์การค้าแข้งที่ค่อนข้างผกผันแบบไม่น่าเชื่อ

แนวรุกร่างเล็กติดทีมชาติอิตาลีมาแล้วทุกชุดไล่ตั้งแต่ชุดเยาวชนจนถึงทีมชุดใหญ่ เป็นเด็กฝึกหัดของ ยูเวนตุส ก่อนที่จะถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2006 แต่ไม่สามารถเบียดแย่งตัวจริงและแบกรับความคาดหวังจากแฟนบอลได้ ทำให้เขาต้องย้ายทีมแบบยืมตัวไปเรื่อย จนกระทั่งเวลาของเขากับ เจ้าม้าลาย ก็หมดลงอย่างเป็นทางการ เมื่อโจวินโกถูกปล่อยตัวไปให้กับ โตรอนโต เอฟซี ทีมในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์

ซึ่งการค้าแข้งในลีกอเมริกาทำให้ โจวินโก เกิดใหม่อย่างเต็มตัว เมื่อเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมซัดไป 83 ประตู 51 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 142 นัด ซิวรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำลีกมาครองได้สำเร็จ ก่อนที่จะย้ายไปค้าแข้งในลีกซาอุดิอาระเบียกับ อัล ฮิลาล แบบเซอร์ไพรส์แฟนบอลอีกครั้ง

กาบี เฟร์นานเดซ – อัล ซาด (กาตาร์)


อดีตมิดฟิลด์กัปตันทีม แอตเลติโก มาดริด วัย 35 ปี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งตำนานของพลพรรค ตราหมี ที่ลงสนามรับใช้ทีมมาแล้วมากกว่า 400 เกม โดยผ่านการคว้าแชมป์ลา ลีกา สเปน มาแล้ว 1 สมัยในปี 2014 รวมไปถึงพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก มาอีก 2 สมัย ในปี 2012 และเมื่อปี 2018 ที่่ผ่านมา

ก่อนจะหมดสัญญา และตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งนอกประเทศเป็นครั้งแรกกับสโมสร อัล ซาด ในกาตาร์ และยังได้โอกาสวาดลวดลายในเวที เอเอฟซี แชมเปียนสลีก ซึ่ง กาบี ได้ลงสนามเป็นตัวจริงทั้งสองนัด ในเกมแรกที่บุกไปแพ้ อัล ไอน์ จาก ซาอุดิอาระเบีย 0-2 และเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเอาชนะ เปอร์ซิโปลิส จากอิหร่าน 1-0

ออสการ์ – เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี (จีน)


กองกลางตัวรุกทีมชาติบราซิล แจ้งเกิดกับการลงสนามให้ อินเตอร์นาซิอองนาล ในลีกบ้านเกิด จน เชลซี เห็นฟอร์มและเซ็นสัญญาคว้าตัวไปร่วมทีมเมื่อปี 2012 โดย ออสการ์ ประสบความสำเร็จอย่างสวยงามภายใต้สีเสื้อของ สิงโตน้ำเงินคราม ทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ 2 สมัย ลีก คัพ 1 สมัย และ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก อีก 1 สมัย นอกจากนี้ยังติดทีมยอดเยี่ยมของ ฟีฟ่า ในปี 2014

ปี 2017 ออสการ์ ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี สโมสรยักษ์ใหญ่ของจีนด้วยค่าตัวถึง 60 ล้านปอนด์ และกลายเป็นตัวความหวังของทีมจากแดนมังกรไปในทันที ซึ่งดาวเตะทีมชาติบราซิลรายนี้เคยลงสนามพาทีมเอาชนะ สุโขทัย เอฟซี 3-0 ในรอบเพลย์ออฟ เอเอฟซี แชมเปียนสลีก เมื่อช่วงต้นปี 2017 นอกจากนี้ยังเคยดวลฝีเท้ากับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในรายการสโมสรเอเชีย รอบเพลย์ออฟ เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมาด้วย

สำหรับในฤดูกาลนี้ ออสการ์ ยังคงได้วาดลวดลายในเวทีระดับเอเชีย ซึ่งเกมนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ออสการ์ ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของทีม และช่วยให้ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี เปิดบ้านเอาชนะ คาวาซากิ ฟอนตาเล่ 1-0 เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ฮัล์ค – เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี (จีน)

กองหน้าร่างยักษ์ชาวบราซิเลียน ที่มีประสบการณ์โชกโชนกับการค้าแข้งในทวีปเอเชีย โดยหัวหอกจอมพลังถือว่ามีประสบการณค้าแข้งในประเทศญี่ปุ่นอย่างโชกโชน และผ่านการค้าแข้งกับทีมชั้นนำอย่าง คาวาซากิ ฟอนตาเล่ ,คอนซาโดเล่ ซัปโปโร รวมไปถึง โตเกียว เวอร์ดี้ มาแล้ว ในระหว่างปี 2005-2008 ก่อนย้ายไปเล่นในยุโรปและแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ เอฟซี ปอร์โต้ ในลีกโปรตุเกส โดยยิงไป 77 ประตูจากการลงสนาม 170 นัดรวมทุกรายการ

ก่อนจะย้ายไปเล่นให้ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ในลีกรัสเซีย เมื่อปี 2012 และยังคงผลิตสกอร์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยยิงไปอีก 77 ประตู ตลอดระยะเวลา 4 ฤดูกาลในลีกแดนหมีขาว ก่อนที่ปี 2016 เจ้าตัวเขียว จะย้ายกลับมาเล่นในทวีปเอเชียอีกครั้งกับ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ในประเทศจีนด้วยค่าตัวถึง 45 ล้านปอนด์ และผนึกกำลังกับ ออสการ์ เป็นกำลังหลักของทีมมาโดยตลอด และถึงตอนนี้เจ้าตัวได้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมให้กับ ทีมเจ้าบุญทุ่ม แห่งแดนมังกรไปแล้ว

แถมในศึก เอเอฟซี แชมเปียนสลีก 2019 รอบแบ่งกลุ่มนัดแรก ฮัล์ค ยังเป็นผู้สังหารจุดโทษพา เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี เปิดบ้านเอาชนะทีมเก่าของตัวเองอย่าง คาวาซากิ ฟอนตาเล่ ไปได้ 1-0

เคสึเกะ ฮอนดะ – เมลเบิร์น วิคตอรี (ออสเตรเลีย)

อดีตจอมทัพทีมชาติญี่ปุ่นวัย 32 ปีผ่านการค้าแข้งนอกทวีปเอเชียมาแล้วมากมาย โดยเจ้าพ่อลูกนิ่งรายนี้เริ่มต้นค้าแข้งกับ นาโกย่า แกรมปัส เอท เมื่อปี 2004 ก่อนจะโบยบินไปค้าแข้งในยุโรปกับ วีวีวี เวนโล่ ในฮอลแลนด์ เมื่อปี 2007 และสร้างชื่อจากการค้าแข้งกับ ซีเอสเคเอ มอสโก ในระหว่างปี 2009-2014 แถมยังมีประสบการณ์การลงเล่นในเวที ยูฟ่า แชมเปียนสลีก มาแล้ว

ก่อนย้ายไปร่วมทีม เอซี มิลาน ทีมดังแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และลงสนามไปถึง 92 นัด ยิงไป 11 ประตู ตลอดระยะเวลา 4 ฤดูกาลในถิ่น ซาน ซิโร่ หลังจากนั้น ฮอนดะ ย้ายข้ามทวีปไปตามหาความท้าทายให้ถึงลีกของเม็กซิโกกับสโมสร ปาชูก้า เป็นเวลา 1 ปี โดยล่าสุดแข้งเลือดซามูไร รายนี้ย้ายทีมอีกครั้งไปอยู่กับ เมลเบิร์น วิคตอรี ในออสเตรเลีย และยังได้วาดลวดลายในฟุตบอลระดับสโมสรเอเชียเป็นครั้งแรกกับทีมดังจากแดนจิงโจ้ด้วย

โดย 2 เกมแรกในรายการ เอเอฟซี แชมเปียนสลีก 2019 ฮอนดะ ลงตัวจริงทั้งสองนัด ซึ่งเกมแรก เมลเบิร์น พลาดท่าพ่ายคาบ้านต่อ แดกู เอฟซี จากเกาหลีใต้ 1-3 ในขณะที่เกมล่าสุดบุกไปแพ้ ซานเฟรชเซ่ ฮิโรชิม่า จากญี่ปุ่น 1-2 ซึ่งเกมนี้ ฮอนดะ สามารถทำประตูได้ด้วย

โอล่า ตอยโวเน่น – เมลเบิร์น วิคตอรี (ออสเตรเลีย)


อดีตกองหน้าทีมชาติสวีเดน เพื่อนร่วมทีมของ เคสึเกะ ฮอนดะ ถือเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นจอมพเนจร โดยเคยผ่านการค้าแข้งกับสโมสรในบ้านเกิดอย่าง เดเกฟอร์ส ,ออร์ไกร์ส ,มัลโม่ ก่อนย้ายไปแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น เมื่อปี 2009 โดยลงสนามไปทั้งสิ้น 139 นัดยิงไปถึง 61 ประตู

ปี 2014 ตอยโวเน่น ย้ายไปค้าแข้งในฝรั่งเศสกับสโมสร แรนส์ ก่อน ซันเดอร์แลนด์ ทีมในพรีเมียร์ลีก ในเวลานั้นยืมตัวไปใช้งาน แต่ไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากนัก จนต้องย้ายกลับฝรั่งเศสไปอยู่กับ ตูลูส จนเมื่อช่วงกลางปี 2018 ที่ผ่านมาหัวหอกรายนี้ก็ย้ายออกนอกยุโรปเป็นครั้งแรก โดยย้ายมาอยู่กับ เมลเบิร์น วิคตอรี่ และถือเป็นกองหน้าตัวหลักของทีม

โดยปีนี้ หัวหอกจอมเข้าฮอร์ส ได้โอกาสโชว์ฝีเท้าในรายการ เอเอฟซี แชมเปียนสลีก เป็นครั้งแรก โดยเกมแรกเจ้าตัวสามารถยิงประตูได้ แต่สุดท้ายก็พ่ายให้กับ แดกู เอฟซี 1-3 ในขณะที่เกมล่าสุด ตอยโวเน่น ก็ลงเป็น 11 ตัวจริง แต่อยู่สนาม 63 นาทีก่อนถูกเปลี่ยนตัวออก ในเกมที่พ่าย ซานเฟรชเซ่ ฮิโรชิม่า 1-2

Comments