PLAYER RATINGS: ตัดเกรดแข้งช้างศึกหลังเชือดบาห์เรน 1-0

จบลงไปแล้วสำหรับเกมนัดที่ 2 ของพลพรรคช้างศึก ในรอบแบ่งกลุ่ม ที่พลิกสถานการณ์เอาชนะ ทีมบาห์เรน ได้สำเร็จ จากประตูชัยของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในนาทีที่ 58 ซึ่งแน่นอนว่าตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมิดฟิลด์จาก คอนซาโดเล่ ซัปโปโร รายนี้ แถมโอกาสผ่านเข้ารอบก็ยังคงเปิดกว้างด้วย

ส่วนผู้เล่นตำแหน่งอื่นๆ จะมีใครทำผลงานเข้าตากรรมการจาก FOX Sports กันบ้าง เราไปชมพร้อมๆกันเลย

ทีมชาติบาห์เรน

ผู้รักษาประตู : ซายิด ชับบาห์ อลาวี 7 คะแนน
ช่วยทีมได้ในหลายจังหวะแต่สำหรับลูกยิงของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ชับบาห์ หมดสิทธิ์ป้องกันด้วยประการทั้งปวง ส่วนที่เหลือถือว่าทำผลงานได้ตามมาตรฐาน

กองหลัง : ซายิด เรดฮา อิซ่า 7 คะแนน
โดดเด่นในการเติมเกมไปลุ้นลูกกลางอากาศ แต่ก็มีหลายครั้งที่เสียตำแหน่ง และไม่สามารถหยุดแนวรุกของ ทีมชาติไทย ได้

กองหลัง : ฮาหมัด มาห์มูด อัลชามซาน 7 คะแนน
เล่นได้แข็งแกร่งในครึ่งแรก แต่มีแผ่งลงไปให้เห็นในครึ่งหลัง และต้องยอมทำฟาวล์หลายครั้ง

กองหลัง : วาลีด อัลฮายาม 7 คะแนน
ถูก ชนาธิป และ ธีรศิลป์ สลับหน้ากันมาเล่นงานอยู่บ่อยๆ และถือเป็นเกมที่ไม่ดีนักของดาวเตะรายนี้

กองหลัง : อาเหม็ด อาลี จูม่า 6 คะแนน
ถูกตัดออกจากเกม และแทบจากทำอะไร ทริสตอง โด ของทีมชาติไทย ไม่ได้ทั้งในจังหวะดวลตัวต่อตัว รวมไปถึงประสิทธิภาพการเปิดบอล จูม่า ทำได้น่าผิดหวัง

กองกลาง : อับดุลวาฮับ อาลี อัลซาฟี 7 คะแนน
ครองเกมได้ดีในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังถูกแดนกลางของไทย ช่วยกันไล่จนออกบอลเสียเองในหลายๆครั้ง

กองกลาง : โคมาอิล ฮาซาน อลาสวาด 7 คะแนน
การยืนตำแหน่งและความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีมยังไม่ดีนัก แต่โดยรวมถือว่าทำได้ไม่เลว

กองกลาง : จาฟาร์ มาดาน 6 คะแนน
หลังจากออกสตาร์ทเกมได้อย่างหวือหวา แต่หลังจากนั้นฟอร์มของ มาดาน ก็ค่อยๆเงียบลงไป

กองกลาง : ยาซีม มาร์ฮูน 7 คะแนน
ไม่มีบทบาทในเกมรุกมากนัก และยังขาดความต่อเนื่องในบางจังหวะ

กองกลาง : ซายิด ซาอีด 7 คะแนน
มีความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยม แต่เล่นฟุตบอลหลายจังหวะ บางครั้งทำให้เกมรุกของทีมก็ต้องสะดุดตามไปด้วย

กองหน้า : สะอัด อัลโรไฮมี 8 คะแนน
ถือเป็นผู้เล่นที่อันตรายที่สุดในเกมนี้ของ บาห์เรน ก็ว่าได้ โดยหัวหอกรายนี้ต้องถูก 3 ปราการหลังของไทยรุมกินโต๊แทบทั้งเกม แต่ยังสร้างความอันตรายได้ทุกฝีก้าว แม้ว่าจะไม่มีประตูในเกมนี้ก็ตาม

ผู้เล่นสำรอง

โมฮัมเหม็ด อัล ฮูไมดาน 6 คะแนน
แทบไม่มีโอกาสทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

อาลี ยูซุฟ 6 คะแนน
ถูกบีบพื้นที่และแทบไม่ได้สร้างความแตกต่างได้เลยในฐานะผู้เล่นสำรอง

ซามี่ อัล ฮูไซนี่ 6 คะแนน
อาจจะลงสนามมาช้าไปหน่อยสำหรับแนวรุกรายนี้ จึงไม่มีโอกาสได้คายพิษสง

ทีมชาติไทย

ผู้รักษาประตู : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน 8 คะแนน
เซฟมหัศจรรย์ของ เจ้าแชมป์ อย่างน้อย 2-3 ครั้งถือเป็นช็อตสำคัญที่ทำให้ ทีมชาติไทย เก็บสามแต้มได้สำเร็จ

กองหลัง : ทริสตอง โด 9 คะแนน
เล่นในตำแหน่งวิงแบ็กขวาได้อย่างดุดัน และวิ่งทั้งเกมไม่มีหมด จังหวะ 50-50 โด ไม่มีผ่อนให้เห็น และยังเป็นส่วนกับประตูชัยที่เกิดขึ้นด้วย

กองหลัง : อดิศร พรหมรักษ์ 7 คะแนน
ยืนตำแหน่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่อาจช้าไปในบางจังหวะ ซึ่งการเสียใบเหลือง ทำให้ตัวเองเล่นยาก แต่ฟอร์มโดยรวมถือว่าดี

กองหลัง : สุพรรณ ทองสงค์ 7 คะแนน
เสียใบเหลืองเร็วจากจังหวะเข้าพรวด แต่หลังจากนั้นปราการหลังรายนี้แทบไม่มีข้อผิดพลาดให้เห็น และช่วยสกัดจังหวะโยนของ บาห์เรน ได้หลายครั้ง

กองหลัง : พรรษา เหมวิบูลย์ 7 คะแนน
หัวใจสำคัญในแนวรับของทีมชาติไทย โดยเกมนี้แม้ว่าจะเสียใบเหลือง ทำให้ต้องพลาดการลงสนามในเกมนัดต่อไป อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่ยอดเยี่ยมของปราการหลังจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รายนี้

กองหลัง : ธีราทร บุญมาทัน 8 คะแนน
สอดประสานทั้งรุกและรับกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ธีรศิลป์ แดงดา ได้เป็นอย่างดี แถมยังมีทีเด็ดจากการเล่นลูกตั้งเตะ เรียกได้ว่าเค้นฟอร์มเก่งกลับมาได้ทันเวลา

กองกลาง : ธนบูรณ์ เกษารัตน์ 7 คะแนน
ถือเป็นผู้เล่นที่ปิดทองหลังพระให้กับ ทีมชาติไทย โดย เจ้าตั้ม เก็บบอลจังหวะสองให้เพื่อนเล่นต่อได้ง่าย แต่เสียดายที่มีอาการบาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออกไป

กองกลาง : ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ 8 คะแนน
เล่นได้อย่างโดดเด่นทั้งในเกมรุกและเกมรับ และยังวิ่งไล่บอลทุกจังหวะ คอยชลอเกมคู่แข่งได้อย่างน่าชื่นชม

กองกลาง : ชนาธิป สรงกระสินธ์ 9 คะแนน
ประตูของกองกลางรายนี้ ที่เนรมิตให้กับ ช้างศึก ตอบโจทย์ทุกอย่างสำหรับความแตกต่างของเกม โดย เมสซี่เจ สร้างความอันตรายให้กับแนวรับ บาห์เรน หลายครั้ง จนกระทั่งกลายเป็นฮีโร่ของทีม และนับเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในสนาม แบบปฏิเสธไม่ได้

กองหน้า : อดิศักดิ์ ไกรษร 7 คะแนน
เก็บบอลและพลิกบอลได้สวยๆหลายครั้ง แต่ยังขาดความเฉียบคมในจังหวะปิดบัญชี

กองหน้า : ธีรศิลป์ แดงดา 8 คะแนน
เก็บบอลสร้างความได้เปรียบให้กับทีมได้หลายจังหวะ แต่ก็จับบอลพลาดในบางครั้ง และยังต้องดุดันกว่านี้ในจังหวะจบสกอร์

ผู้เล่นสำรอง

สรรวัชญ์ เดชมิตร 7 คะแนน
ลงมาเก็บบอลจังหวะสอง และคอนโทรลเกมได้ดี ในช่วงที่ ทีมชาติไทย นำ 1-0

มิก้า ชูนวลศรี 6 คะแนน
ลงมาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เพื่อดึงเวลาเท่านั้น

ศุภชัย ใจเด็ด 6 คะแนน
ยังต้องเก็บประสบการณ์มากขึ้น และยังต้องแข็งแกร่งมากขึ้น ในนามทีมชาติชุดใหญ่

สำหรับ โปรแกรมนัดต่อไปของ ทีมชาติไทย จะต้องพบกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในศึกเอเชียน คัพ 2019 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดที่ 3 ที่สนาม ฮัสซา บิน ซายิด สเตเดียม, อัล ไอน์ ในวันที่ 14 มกราคม 2562 เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง FOX Sports HD

Comments