กาเบรียล ตัน: ปี 2018 จะเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของวงการฟุตบอลอาเซียน

กาเบรียล ตัน บรรณาธิการฟุตบอลเอเชียจาก FOX Sports Asia ได้รวบรวมเหตุการณ์สำคัญในวงการฟุตบอลอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2018

1. 3 ตัวแทนอาเซียนในฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี

ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะเริ่มฟาดแข้งกันในไม่กี่วันต่อจากนี้ที่ประเทศจีน โดยครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีทีมจากอาเซียนเข้าร่วมการแข่งขัน ถึง 3 ทีม (ถ้านับรวมออสเตรเลียจะเป็น 4 ทีม)

ช้างศึก

ทีมชาติไทยและเวียดนาม เคยผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายรายการนี้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และต้องการทำได้ดีกว่ารอบแบ่งกลุ่ม ขณะที่ทีมชาติมาเลเซียนำโดย อ่อง คิม สวี ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกโดยอยู่ในกลุ่ม C ร่วมกับอิรัก, จอร์แดน และซาอุดิอาระเบีย

ส่วนเวียดนามอยู่กลุ่ม D ร่วมกับเกาหลีใต้, ออสเตรเลีย และซีเรีย และไทยอยู่กลุ่ม B ร่วมกับญี่ปุ่น แชมป์เก่า, เกาหลีเหนือ และปาเลสไตน์

2. นักเตะอาเซียนเป็นที่ต้องการของตลาดนักเตะ

หลังจากที่ไทยลีกและมาเลเซีย ซูเปอร์ลีก ได้เพิ่มโควตาให้กับนักเตะจากอาเซียน ทำให้แฟนบอลเมียนมาและกัมพูชาได้เห็นซูเปอร์สตาร์อย่าง จัน วัฒนากา และอ่อง ธู ได้ลงเล่นในลีกทีมีมาตรฐานสูงขึ้น

Happy to join with @pahangfa_official @officialligasupermalaysia

A post shared by Chan Vathanaka (@vathanaka_cv11) on

ผู้เล่นชั้นยอดอาเซียนอาจมีคุณภาพมากกว่าผู้เล่นเกรดบี หรือ ซี จากอเมริกาใต้, ยุโรป หรือแอฟริกา เมื่ออยู่บนสนามแข่ง และผู้เล่นอาเซียนก็สามารถสร้างประโยชน์นอกสนามได้เช่นกัน เราคงได้เห์นแฟนบอลกัมพูชาติดตามทีมปะหังมากขึ้น หรือแฟนบอลเมียนมาแห่กันซื้อเสื้อโปลิศ เทโรพร้อมสกรีนชื่อ “อ่อง ธู 10” อยู่ด้านหลัง

นอกจากนี้ ไทยลีกและมาเลเซีย ซูเปอร์ลีก ได้ดึงดูดผู้เล่นชั้นยอดจากอาเซียนเข้าสู่ลีกของตนอย่างไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเป็นฮาริส ฮารูน, อิวาน ดิมาส, จอ โค โค หรือฮวง วู แซมซัน ซึ่งถ้าโควตาอาเซียนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ อาจเป็นแนวทางอินโดนีเซีย ลีกา1, เอสลีก หรือวีลีก ได้เจริญรอยตามก็เป้นได้

3. อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์จะสามารถต่อยอดมาตรฐานฟุตบอลลีกได้หรือไม่

ปี 2017 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นของฟุตบอลลีกทั้งในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ และประสบควสามสำเร็จเป้นอย่างมาก

อินโดนีเซียลีกา 1 ต้องลุ้นกันถึงนัดสุดท้าย และเป็นภายังการากับบาหลี ยูไนเต็ด ที่กลายเป็นมหาอำนาจลูกหนังรายใหม่ แทนที่อาเรม่าและเปอร์ซิบ

CONGRATULATIONS Ceres-Negros FC!Your 2017 Philippines Football League Champions!#PFL2017 #PFLFinalsSeries #PFLFinal

Posted by Philippines Football League on Saturday, 16 December 2017

ส่วนลีกฟิลิปปินส์ก็ต้องลุ้นกันถึงรอบชิงแชมป์ลีกโดยนำ 4 อันดับแรกมาแข่งกันแบบแพ้คัดออก และเป้นเซเรส-เนกรอสที่คว้าแชมป์ลีกครั้งแรกไปครอง

ปีที่ผ่านมาจึงเป็นปีแห่งการเรียนรู้และมีความคาดหวังที่ไม่สูงเกินไป แต่ในปี 2018 เป็นปีที่ผู้บริหารลีกทั้ง 2 ประเทศ ต้องแบกรักความกดดันและความคาดหวังที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะต้องมีการบริหารงานที่ดีขึ้น เพื่อทำให้ลีกประสบความสำเร็จ

4.เอเชียกำลังจับตามองไทย

คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ประเทศไทยเป็นที่หนึ่งในอาเซียน ทั้งในด้านทีมชาติที่แกร่งไปทุกระดับชั้น และระดับสโมสรที่สามาถต่อกรกับทีมชั้นนำของเอเชียได้อย่างสูสี จนทำให้ชนาธิป สรงกระสินธ์และธีรศิลป์ แดงดา ถูกดึงตัวไปค้าแข้งที่ญี่ปุ่น

ในปี 2018 เป็นอีกปีที่วงการฟุตบอลไทยควรก้าวต่อไปอย่างต่อเนื่อง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ควรจะเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก และน่าจะมีตัวแทนจากไทยเข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มมากกว่านี้ ชัยชนะเหนือทีมจากจีน, เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ถ้าหากเมืองทอง ยูไนเต็ดและเชียงราย ยูไนเต็ด สามารถผ่านรอบคัดเลือกไปพบกับคาชิวา เรย์โซลและเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ในรอบเพลย์ออฟ ซึ่งพวกเขาสามารถเป็นตัวอย่างให้ชาติอื่นเจริญรอยตามได้

อย่าลืมว่า ทีมจากมาเลเซียได้สิทธิ์ลงเล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่มในปีหน้า หลังจากที่ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิมได้พยายามมาตลอด 4 ปี ส่วนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดต้องแสดงให้เห็นว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องกลัวทีมอย่างกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์, เซเรโซ่ โอซาก้า หรือเจจู ยูไนเต็ด

5. เอเอฟเอฟ ซูซูกิ กลับมาอีกครั้ง

จริงอยู่ที่รายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เป็นรายการที่มีความสำคัญน้อยกว่า เอเชียน คัพ, โอลิมปิก, ฟุตบอลชิงแชมป์โลกอายุไม่เกิน 20 ปี หรือฟุตบอลโลกก็ตาม แต่ฟุตบอลรายการนี้เป็นรายการที่ปลุกความเป็นแฟนบอลอาเซียนอย่างแท้จริง เพราะเป็นรายการที่แสดงวให้เห็นว่าใครคือหมายเลข 1 ของอาเซียนตัวจริง

เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 เป็นปีแรกที่จัดการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มใหม่ เป็นแต่ละทีมมีสิทธิ์เป็นเจ้าบ้านทีมละ 2 นัด ส่วนนัดที่เหลือให้เดินทางไปเยือนตามที่ต่างๆ ซึ่งอาจจะทำให้ลำบากในการเดินทาง แต่เป็นผลดีของแฟนบอลที่ได้เดินทางไปชมขวัญใจของตนแบบติดขอบสนาม

ทีมชาติไทยเป็นแชมป์ 2ครั้งติดต่อกันในปี 2014 และ 2016 ก่อนที่อินโดนีเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์ และเมียนมาจะพัฒนาไล่หลังไทยมาติดๆ ส่วนอดีตแชมป์อย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ กำลังรอวันทวงศักดิ์ศรีกลับคืนมา ทำให้เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปี 2018 กลายเป็นรายการที่น่าสนใจเป็นอย่างมากในปีนี้

 

 

 

Comments