ประสบความสำเร็จทุกที่! 5 แข้งดังที่กวาดแชมป์ลีกใหญ่ทั่วยุโรป

สำหรับนักฟุตบอลอาชีพการคว้าแชมป์ลีกถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จที่น่าพอใจ อาร์ตูโร วิดัล มีโอกาสที่จะลุ้นคว้าแชมป์ลาลีก้าอีก หลังจากที่เคยได้แชมป์ กัลโชเซเรียอากับยูเวนตุส และ แชมป์ บุนเดสลีก้ากับ บาเยิร์น มิวนิค มาแล้ว หลังตัดสินใจย้ายไปอยู่กับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า

ความสำเร็จของวิดัลนั้นถือว่าน่าประทับใจ แต่ยังมีซูเปอร์สตาร์อีก 5คนที่ประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์ในลีกดังของยุโรปได้ถึง 4 ลีก ซึ่งนี่คือความสำเร็จที่รอให้นักเตะคนอื่นๆก้าวขึ้นมาท้าทาย

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (ฮอลแลนด์, อิตาลี,สเปน,ฝรั่งเศส)

รายชื่อแรกในลิสต์คือนักเตะที่ถือว่าเป็นซูเปอร์สตาร์ตัวจริงในโลกแห่งฟุตบอล ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

เขาเริ่มเส้นทางฟุตบอลอาชีพในบ้านเกิดที่สวีเดน กับทีมมัลโม ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ อาแจ็กซ์ ในปี 2001 ซึ่งเขาคว้าแชมป์เอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์ ได้สองสมัยก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุสด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร

แต่ว่า อิบรา ได้โอกาสคว้าแชมป์กัลโชเซเรียอามาครองหลังจากที่ย้ายไปอยู่กับอินเตอร์มิลาน ซึ่งเขาคว้าแชมป์ได้ 3 สมัยติดต่อกัน ก่อนจะย้ายไปอยู่กับบาร์เซโลน่าช่วงสั้นๆและคว้าแชมป์ลาลีก้ามาครองได้ และกลับมาช่วย เอซี มิลาน คว้าแชมป์กัลโชได้อีก หลังจากนั้นเขาย้ายไปอยู่กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และคว้าแชมป์ลีกเอิงได้ 4 สมัย ก่อนมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่น่าเสียดายที่เขาพลาดการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองและได้แค่ แชมป์ลีกคัพกับยูโรป้าลีกเท่านั้น ตอนนี้เขากำลังเล่นอยู่กับ แอลเอ กาแล็คซี่

แม็กเวล (ฮอลแลนด์, อิตาลี,สเปน,ฝรั่งเศส)

ดูชื่อประเทศที่ประสบความสำเร็จของดาวเตะชาวแซมบ้ารายนี้นั้นเหมือนกัน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทุกอย่าง ซึ่งมันไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดเพราะทั้งคู่คือเพื่อนสนิทซี้ย่ำปึ้กชนิดว่าไปไหนไปด้วยกันตลอด

เขาเริมต้นชีวิตค้าแข้งกับ ครูไซโร่ ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ อาแจ็กซ์ และได้รู้จักกับซลาตันที่นี่ เขาช่วยกันคว้าแชมป์เอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์ 2 สมัย ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน แบบไร้ค่าตัวและคว้าแชมป์กัลโชเซเรียอาได้อีก 3 สมัย

หลังประสบความสำเร็จกับทีมงูใหญ่ แม็กเวล ย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัว 5 ล้านยูโร และช่วยยักษ์ใหญ่จากคาตาลันคว้าแชมป์ลาลีก้า 2 สมัย และย้ายไปจอยกับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อีกครั้งที่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งเขาคว้าแชมป์ลีกเอิงได้ 4 สมัย ก่อนที่จะประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2017

อาร์เยน ร็อบเบน (ฮอลแลนด์,อังกฤษ,สเปน,เยอรมัน)
ดาวเตะรายที่ 3 ในรายชื่อยังคงเป็นนักเตะที่เริ่มต้นจาก เอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์ ก่อนที่ อาร์เยน ร็อบเบนจะก้าวมาเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุโรปอีกคนหนึ่ง

เขาเริ่มต้นในระดับเยาวชนกับ โกรนิงเก้น ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น และคว้าแชมป์ลีกดัตช์มาครองได้ในปี 2002-03 ก่อนที่จะอยู่กับทีมอีก 2 ปีแล้วย้ายไปเล่นในอังกฤษกัย เชลซี ที่แย่งตัวเขาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ และนั่นเป็นการก้าวออกมาผจญภัยอย่างเต็มตัว ที่อังกฤษเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้ 2 สมัย

จากผลงานที่ยอดเยี่ยมกับทีมสิงโตน้ำเงินคราม ทำให้ เรอัล มาดริด ยอมที่จะทุ่มเงิน 35 ล้านยูโร และปีกชาวดัตช์ตอบแทนด้วยการช่วยทีมคว้าแชมป์ลาลีก้ามาครองในปี 2007-08

และในปี 2009 เขาเลือกย้ายมาเล่นในเยอรมันกับทีมขาใหญ่ประจำลีกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ในวัย 34 ปี ร็อบเบนยังคงเป็นนักเตะทีมเรียกใช้งานได้เสมอ และยังมีส่วนช่วยทีมล่าความสำเร็จ แม้ว่าจะคว้าแชมป์บุนเดสลีก้ามาแล้ว 7 สมัยนับตั้งแต่เขาย้ายมาอยู่กับทีม

เวสลี่ย์ สไนเดอร์ (ฮอลแลนด์,สเปน,อิตาลี,ตุรกี)

อีกหนึ่งนักเตะจากแดนกังหันลมในรายชื่อ เขาก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่คว้าแชมป์ลีกฮอลแลนด์มาครอง แม้ว่า เวสลี่ย์ สไนเดอร์ จะไม่ใช่นักเตะที่คว้าแชมป์มาครองได้อย่างมากมาย แต่สิ่งที่เขาทำก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขา เข้ามาอยู่ในรายชื่อ

เพลย์เมกเกอร์ร่างเล็กเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับ อาแจ็กซ์ ก่อนที่จะขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2003 เขาเล่นกับทีมอยู่ 4 ฤดูกาล และคว้าแชมป์มาครองได้ในปี 2003-04 และจากนั้นก็ย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริดและคว้าแชมป์ลาลีก้าได้ในปี 2007-08

และหลังจากนั้นเขาย้ายไปเล่นในอิตาลีกับ อินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์กัลโชเซเรียอา อิตาลีในปี 2009-10 ซึ่งมันเป็นปีเดียวกับที่ทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมาครองด้วย

หลังจากนั้นเขาย้ายไปเล่นในตุรกรีกับ กาลาตาซาราย อีกถึง 4 ฤดูกาล และคว้าแชมป์ซูเปอร์ลีก้า มาครองสองสมัยก่อนที่จะไปอยู่กับนีซ ตอนนี้เขาเล่นกับ อัล การาฟา ในลีกกาตาร์

มาร์ค ฟาน บอมเมล (ฮอลแลนด์,สเปน,เยอรมัน,อิตาลี)

ดูเหมือนว่า นักเตะจากลีกฮอลแลนด์ จะก้าวออกไปประสบความสำเร็จทั่วยุโรป และในลิสต์คนสุดท้ายของเราคือ มาร์ค ฟาน บอมเมล

กองกลางจอมแกร่งก็เริ่มต้นอาชีพนักเตะในฮอลแลนด์คล้ายๆกับคนอื่นซึ่งเขาสร้างชื่อกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ในปี 1999 หลังจากที่เล่นในทีมเยาวชนกับ ฟอร์ทูน่า ซิตตาร์ด ก่อนหน้านี้

ช่วงที่ค้าแข้งกับ พีเอสวี ฟาน บอมเมล คว้าแชมป์เอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์  มาครองได้ 4 สมัยติดต่อกัน ก่อนที่จะย้ายไปเล่นในลาลีก้าสเปนกับ บาร์เซโลน่า แบบไร้ค่าตัว และในปี 2005-06 เขาเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้บาร์ซ่าคว้าแชมป์ลาลีก้ามาครองรวมไปถึงแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

หลังจากนั้นเขาย้ายมาเล่นกับ บาเยิร์น มิวนิค และคว้าแชมป์บุนเดสลีก้ามาครองได้อีก 2 สมัย ก่อนที่จะคว้าแชมป์ลีกสุดท้ายในอาชีพนักเตะด้วยการพา เอซี มิลาน คว้าแชมป์กัลโชเซเรียอา อิตาลีในปี 2010-11 หลังจากนั้นเขาก็กลับไปอยู่กับ พีเอสวี สโมสรเก่าก่อนที่จะแขวนสตั๊ดหลังจากนั้นไม่นานในปี 2013

Comments