อีโก้จัด/ทะเลาะแข้งหลัก/หักกับบอร์ด:ไขเหตุผลทำไม มูรินโญ่ ถึงอยู่ไม่ทนกับทุกสโมสร

คงไม่มีใครปฏิเสธฝีมือการคุมทีมของโจเซ่ มูรินโญ่ นับตั้งแต่ผงาดพา เอฟซี ปอร์โต้ คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในปี 2004 ชื่อของเขากลายเป็นยอดฝีมือเบอร์ต้นๆของวงการลูกหนังและทุกที่ที่เขาไป ไม่เคยมีที่ไหนที่ร้างความสำเร็จทั้งกับ เชลซี, อินเตอร์ มิลาน ,เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรปัจจุบัน แต่ทำไมคนอย่าง สเปเชี่ยลวัน อยู่ที่ไหนได้ไม่นาน  และในซีซั่นที่ 3 ของเขากับ ปีศาจแดง ยังไม่ทันจะรูดม่านเปิดฉากอย่างเป็นทางการก็มีกระแสข่าวออกมาว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้จัดการทีม แถมยังถูกตั้งให้เป็นตัวเต็งที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่งเป็นคนแรกอีกต่างหาก ที่ผ่านมาระยะเวลาที่เขาคุมทีมอยู่ที่ประมาณ 3 ฤดูกาลเท่านั้นทั้งๆที่พาทีมประสบความสำเร็จได้หมด นี่อาจจะเป็นเหตุผล

1 สไตลส์การเล่นน่าเบื่อ

ฟุตบอลของ โจเซ่ มูรินโญ่ เป็นฟุตบอลที่เน้นเอาผลการแข่งขันมาก่อนความสนุกสนานตื่นเต้น แฟนบอลอาจจะมีความสุขกับการได้เห็นทีมฉลองชัยชูถ้วยในบั้นปลายของฤดูกาล แต่ตลอดทั้งฤดูกาลพวกเขาจะต้องทนดูทีมเล่นเกมที่เน้นแต่ผลการแข่งขัน ซึ่งหมากการเล่นแบบ Park the bus หรือว่าการจอดรถบัส ที่เน้นเกมรับเป็ยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะทำให้ทีมประสบความสำเร็จคว้าแต้มออกมาจากคู่แข่งได้ แต่อย่าลืมว่า ทีมที่กุนซือชาวโปรตุเกสคุม ไม่ใช่ทีมเล็ก และการเล่นแบบเน้นเกมรับเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่วิสัยของทีมใหญ่จะทำ มันทำให้แฟนบอลเริ่มเบื่อ รวมไปถึงสโมสร ไม่มีใครเถียงว่าหมากการเล่นของเขานำมาซึ่งความสำเร็จแต่บางครั้งชัยชนะมันก็น่าเบื่อคนพรากความสุขในการชมเกมของแฟนบอลไป

2 ทะเลาะกับลูกทีม

สิ่งที่ โจเซ่ มูรินโญ่ นั้นแตกต่างจากผู้จัดการทีมคนอื่นๆ โดยเฉพาะเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นคือการที่จะกล้าออกมาวิจารณ์นักเตะของตัวเองผ่านสื่อ แม้แต่ เซอร์อเล็กซ์ ที่ได้ฉายาว่า “ไดร์เป่าผม” ที่มักจะระเบิดอารมณ์ใส่นักเตะในห้องแต่งตัวเสมอเวลาที่เล่นไม่เอาไหน แต่ว่าไม่เคยซักครั้งที่จะออกมาวิจารณ์นักเตะของตัวเองผ่านสื่อ ซึ่งหลายครั้งมันทำให้บรรดานักเตะตัวหลักๆในทีมไม่พอใจ อย่างเช่นตอนที่เขาคุมทีม เรอัล มาดริด เขาเคยมีปัญหาระหองระแหงกับ คีย์แมนของทีมอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งทุกอย่างชัดเจนหลังจากที่มูรินโญ่ออกมาพูดว่า โรนัลโด้ เป็นคนที่ชอบทำตัวรู้ดีไปเสียทุกเรื่อง มันสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ของเขากับนักเตะระหว่างที่ร่วมงานกัน หรือแม้แต่ อิเคร์ กาซียาส ประตูระดับตำนานของทีมยังถูกดองเพราะมีปัญหาฝ่าฝืนข้อห้ามที่มูรินโญ่ไม่ต้องการให้นักเตะ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า มีการพูดคุยกัน แต่ตัวนายทวารชาวสเปนต้องการลดความขัดแย้งของนักเตะชาวสเปนด้วยกันลงซึ่งเป็นแนวทางที่มูรินโญ่ไม่เห็นด้วย เลยทำให้ต้องแยกทางกัน และ กาซียาส ย้ายไปอยู่ เอฟซี ปอร์โต้ แทนที่จะได้อยู่กับทีมจนแขวนสตั๊ด

3 เปิดศึกกับทุกคน

ถ้าหากจะร่ายวีรกรรมของมูรินโญ่ว่าเคยเปิดศึกกับใครบ้าง คงจะมีลิสต์ยาวเป็นหางว่าว นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ในอังกฤษครั้งแรกที่คุมเชลซีด้วยประโยค ” คุณเป็นใคร เคยได้แชมป์ยุโรปเหมือนผมหรือเปล่า ?”ใส่ กอร์ดอน สตรัคคั่น ที่ออกมาวิจารณ์การคุมทีมของเขา และตอนที่คุมอินเตอร์ มิลาน ก็เคยแสดงอาการดีใจในสนามเมื่อพา งูใหญ่ผ่าน บาร์ซ่า จนวิคตอร์ บัลเดส จะต้องมาขอร้องให้พอจนปะทะอารมกัน หรือว่าการเอานิ้มไปจิ้มตา ติโต้ บิลาโนบา ที่ตอนนั้นเป็นผู้ช่วยของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในศึกเอลกลาซิโก้ สมัยที่เขาคุมเรอัล มาดริด และในที่คุมทีมเชลซีคำรบที่สอง ก็เคยทะเลาะกับ เอวา การ์เนโร แพทย์สาวประจำทีมตั้งแต่เกมนัดเปิดสนามซึ่งมีนักเตะหลายคนไม่พอใจ จนผลงานของทีมย่ำแย่และเขาถูกไล่ออกเป็นครั้งที่สองจนได้ หรือว่าสดๆร้อนๆในการคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาก็มีปัญหากับ นักเตะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมือง ซึ่งทั้งหมดในฐานะที่เป็นผู้นำมันส่งผลถึงภาพลักษณ์ของสโมสร

4 ใช้เงินเก่ง

เป็นที่รู้กันดีว่า โจเซ่ มูรินโญ่ เป็นโค้ชประเภทที่ชอบใช้เงินซื้อนักเตะที่มองว่าเหมาะกับแผนการเล่นมาเสริมทัพ มากกว่าที่จะปั้นนักเตะขึ้นมาเอง เพราะสไตลส์การทำทีมของเขาไม่สามารถที่จะรอความสำเร็จได้ การสร้างทีมจากชุดเยาวชนที่ต้องใช้เวลาไม่ใช่คำตอบ ทำให้เราได้เห็นตั้งแต่การคุมทีมเชลซีครั้งแรก หลังจากย้ายมาจาก ปอร์โต้ นักเตะชื่อดังมากมายทั้ง ดิดิเย่ร์ ดรอกบา,แฟรงค์ แลมพาร์ด, อาร์เยน ร็อบเบน ฯลฯ ถูกซื้อมาเสริมทัพ และช่วยให้เขาพาเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกมาครองได้ ซึ่งดูเหมือนว่าการจ่ายเงินซื้อนักเตะจะเป็นเครื่องหมายการค้าของเขาไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ยกเว้นแต่ที่ อินเตอร์ มิลาน ที่อาจจะไม่ได้ใช้เงินมากนักแต่พาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้ นอกนั้นการจ่ายเงินแลกกับความสำเร็จเป็นสิ่งที่มูรินโญ่ทำเสมอทำให้เขากลายเป็นกุนซือคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ใช้เงินเสริมทัพเกิน 1 พันล้านปอนด์ ซึ่งการที่ใช้เงินเสริมทัพสูงความคาดหวังก็สูงตามบางคร้ังถ้วยรางวัลที่เขาคว้ามาได้มันก็ยังไม่พอต่อความต้องการของบอร์ดบริหารและแฟนบอล

5 อีโก้ของตัวเอง

บุลลิกของโจเซ่ มูรินโญ่ เป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง บวกกับการที่เป็นคนที่มีฝีมือไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีแต่คนอ้าแขนขับ เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนงานแต่ละครั้งของมูรินโญ่จึงเกิดขึ้นง่ายๆ แม้ว่าส่วนใหญ่ อย่างเช่นตอนที่เขาลา เอฟซี ปอร์โต้ มาคุมทีม เชลซี ก็เพราะต้องการมาหาความท้าทายใหม่ๆ เช่นกันกับตอนที่โบกมือลา อินเตอร์ มิลาน แม้จะเพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก นั่นเพราะต้องการมาลองหาความท้าทายใหม่ๆกับ เรอัล มาดริด แต่ละที่ที่เขาไปล้วนแต่มีความท้าทายรออยู่และเมื่อรู่สึกอิ่มตัวกับความสำเร็จก็จะมองหาเป้าหมายต่อไปทันที เพราะรูปแบบของเขาไม่ใช่การสร้างทีมอยู่เลยแล้วไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่นาน

Comments