In Her View : ณัชชา ธาราธีรศานต์ “The Girl Behind The Scenes”

Words – FOX Sports Thailand

Photos – Supakit Wisetanuphong & FOX Sports Thailand

ในการแข่งขันฟุตบอลแมตช์หนึ่ง นอกจากจะมีนักเตะ, โค้ช, เจ้าหน้าที่ทีม และผู้ตัดสินแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือทีมงานเบื้องหลังที่คอยซัพพอร์ตให้เกมดำเนินไปอย่างราบรื่น

แฟนบอลบางคนอาจจะไม่ได้สังเกตว่า รอบๆ สนามประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นแมตช์คอมมิชชันเนอร์, ผู้ประเมินผู้ตัดสิน, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และอะไรอีกหลายแหล่

แต่เราเชื่อว่าแฟนบอลน้อยรายนักที่จะรู้ ว่ามีสาวน้อยท่าทางทะมัดทะแมงคล่องแคล่วว่องไวคนหนึ่ง เป็นผู้อยู่เบื้องหลังแมตช์ระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นรายการชิงแชมป์เอเชีย U16 รอบคัดเลือก, เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปจนถึงคิงส์คัพ

และวันนี้ ณัชชา ธาราธีรศานต์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด จากรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็ได้ให้โอกาสพูดคุยกับ Fox Sports Asia เราไปทำความรู้จักกับเธอกันให้มากขึ้นดีกว่า

 

จากเด็กเก็บตั๋วงานแฟตฯสู่สาวเจ้าระเบียบแห่งฝ่ายจัดการแข่งขัน

“โห ชาผ่านงานมาหลายอย่างเหมือนกันนะ (หัวเราะ)” เธอเริ่มอธิบายกับเรา เมื่อถูกถามว่าเคยทำอะไรมาบ้างก่อนหน้านี้

“อย่างตอนเรียนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็จะมีคอนเสิร์ตมาลงเยอะ เลยได้ทำงานพิเศษระหว่างตอนเรียน”

“เริ่มต้นจากเป็นเด็กรับฝากกระเป๋างาน แฟต เรดิโอ จากนั้นก็ขยับขึ้นมาเป็นรับตั๋ว ตรวจตั๋ว แล้วก็ได้ดูแลศิลปิน Lomosonic ในงาน Rock Around กับวง Aly & Fila ตอนที่มาไทย”

ด้วยความเป็นเด็กสายศิลป์ (จบคณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ) และชอบฟังเพลงหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น Arctic Monkeys, Honne, Sqweeze Animal ทำให้ดูเหมือนว่า งานจำพวกอีเว้นท์คอนเสิร์ตหรือคนดูแลศิลปินน่าจะเป็นอาชีพที่เธอชื่นชอบ แต่เปล่าเลย

“ชาเคยมีความฝันว่าอยากจะเป็นแอร์โฮสเตสนะ ก็เลยทำงานสนามบินช่วงนึงตอนเรียนจบ แล้วก็ไปสอบสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส”

“ตอนนั้นผ่านข้อเขียนหมดแล้ว แต่มาตกสัมภาษณ์ รู้สึก fail มาก เลยประชดชีวิตด้วยการไปเมืองนอก (หัวเราะ) ก็เลยลองหาดูว่ามีโครงการไหนที่จะทำให้ตัวเองไปต่างประเทศได้บ้าง”

“เราอยากใช้ชีวิตเมืองนอกสักครั้งนึง คือเราเรียนมา 20 ปี พอเราเรียนจบก็เหมือนอยากไปไหนไกลๆ สักที่ ก็เลยตัดสินใจไป au pair ที่อเมริกา”

งานบอลครั้งแรก

“ระหว่างที่ชากำลังรอบิน ยังไม่ได้ทำกับบริษัทไหน เพราะไม่อยากเข้าทำงานประเดี๋ยวประด๋าวแล้วออก” เธอเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เข้าสู่วงการลูกหนัง

“ระหว่างนั้น รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย เขาถามว่าเราว่างมั้ย มาเป็นเลซองให้ผู้ตัดสินหน่อย เป็นเกมกระชับมิตรไทยกับเกาหลีใต้ ก็เลยโอเคไป เพราะเคยทำงานพวกนี้มาก่อน”

“ถามว่าเคยดูบอลมั้ย ก็ไม่เคยดูบอลนะ แต่ก็รู้สึกว่าอยากทำ  ก็เลยไปทำงานบอล ซึ่งงานนั้นเป็นงานแรกที่ไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้แม้กระทั่งกรรมการคืออะไร ไม่รู้แม้กระทั่งทีมชาติไทยมีใครบ้าง และใครเป็นโค้ช”

“ขนาดพี่ซิโก้ (เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง) ยืนอยู่ข้างๆ ยังไม่รู้เลย มารู้ตอนเขาเดินเข้าไปในสนามแล้ว (หัวเราะ)”

และหลังกลับจากสหรัฐอเมริกา โชคชะตาก็ชักจูงให้ณัชชาเข้ามาเกี่ยวข้องกับฟุตบอลอีกครั้ง

“ช่วงที่กลับมา ยังไม่ทันได้สมัครงานที่ไหน เพื่อนก็ชวนไปทำงานเป็นคนจับเวลาของงานรถแข่งโกคาร์ท ชื่อว่า Mylaps แล้วก็มีรุ่นพี่ทักมาว่าหาเลซองรันเนอร์ให้กับงาน เอเอฟซี U16 รอบคัดเลือก ของผู้ชาย เป็นคนดูแลทีมติมอร์ เลสเต”

“นี่ถือเป็นงานเลซองแบบเต็มตัวครั้งแรก เพราะตอนที่ดูแลผู้ตัดสิน ชาไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรมาก แต่งานนี้ เราต้องอยู่กับนักกีฬา 10 กว่าวัน ยังไม่รวมเตรียมงานก่อนแข่งอีก”

“คือเราจะได้รับบรีฟก่อนแข่ง 1 สัปดาห์ ว่านักกีฬาเดินทางมาวันไหน พักที่ไหน มากี่คน มีใครเพิ่มมา หรือมีใครยังไม่มา แล้วก็ไปรับที่สนามบิน พาเข้าโรงแรม เช็คอิน ดูแลเรื่องข้าว เรืองซักผ้า ดีลกับรถบัส รถตู้ รถตำรวจ รถของคนดูแลเสื้อผ้า”

“ก็ต้องมาคอยรายงานตลอดว่าวันนี้ตำรวจเป็นใคร รถบัสมากี่โมง วันนี้ซ้อมที่ไหน ไปถึงสนามซ้อมกี่โมง เดินทางถึงไหนแล้ว ก็เป็นช่วงที่เข้มข้นมากๆ ได้รู้กระบวนการ รายละเอียดลำดับงานก่อนเตะเยอะมากๆ”

“เราก็เลยเห็นว่างานจัดแข่งฟุตบอลมันมีสเน่ห์ ถ้าคนที่ไม่เคยมาทำก็จะไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว มันมีรายละเอียดที่เยอะมาก ลึกมาก ไม่ใช่แค่ 90 นาที มันเตรียมการกันเป็นเดือน เป็นปี และต้องช่างสังเกตด้วย”

“แล้วอีกอย่างคือมันท้าทายตรงที่ว่า ทุกอย่างมันคือการนับถอยหลังไปสู่การคิกออฟ ซึ่งมันไม่มีโอกาสที่จะแก้ไขได้เวลาผิดพลาด เพราะเวลามันนับถอยหลังและเหลือน้อยไปทุกที”

ทางเลือก

แน่นอนว่าสาวสวยโปรไฟล์ดีอย่างณัชชา ย่อมมีโอกาสเข้ามามากมายในชีวิต แต่ด้วยเหตุผลกลใด เธอถึงเลือกที่จะทำงานด้านนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะพรหมลิขิต?

“มันก็เป็นเรื่องของโอกาสมากกว่า คือเรื่องจังหวะชีวิตสำคัญมาก คือตอนนั้นเพิ่งเรียนจบ แล้วกำลังหาตัวเองอยู่ว่าอะไรที่เราอยากทำจริงๆ อยากทำงานในไทยหรือเปล่า หรือว่าอยากทำงานในบริษัทอะไร” ชาอธิบายถึงเหตุผล

“เพราะหลังจากรายการชิงแชมป์เอเชีย U16 รอบคัดเลือก ชาก็กลับไปรับงานโกคาร์ทอีกรอบ, เป็นเอ็มซี แล้วก็เป็นล่ามให้กับทีมคอบร้า โกลด์ ของกองทัพสหรัฐฯ ที่มาให้ความรู้กับกองทัพไทย 2 รอบ”

“แต่ตอนที่รู้สึกจริงๆ ว่าอยากทำงานฟุตบอลแล้วก็คือ ช่วงที่ไปเป็นล่ามให้กับคาราบาวในโครงการ Carabao & Chelsea coach the coaches ที่เอาโค้ชทั่วประเทศเข้ามาอบรม มาคุยกันในเรื่องของวิธีการทำทีมอะคาเดมีของเชลซี”

“สิ่งที่เราเห็นจากงานนั้นก็คือ เขาใส่ใจกับเยาวชนมากๆ เพราะว่า ถ้าไม่มีเด็กเล่นฟุตบอลในวันนี้ เราก็ไม่มีทีมชาติชุดใหญ่ ฟุตบอลไม่ใช่ว่ามาฝึกกันตอนโตแล้ว มันต้องเริ่มจากให้เด็กมีใจรักในฟุตบอล”

“ที่ผ่านมาเราเคยทำงานบอลก็จริง แต่เราไม่เคยลงไปสนามฟุตบอล ก็เลยไม่รู้ว่า เลี้ยงลูกยังไง จบสกอร์เป็นยังไง เล่นบอลจังหวะเดียวเป็นยังไง แล้วจากงานนั้นก็ทำให้เรารู้เยอะมาก”

“มันทำให้เราเห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็กจริงๆ ว่าต้องทำให้เขามีใจเล่นกีฬาฟุตบอล”

“แล้วพอไปเป็นเลซองทีมบาหลี ยูไนเต็ด ในรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือกที่เชียงราย ก็เริ่มตัดสินใจได้ว่าจะเข้าสู่วงการฟุตบอลละนะ พอหลังจากจบคิงส์คัพ ทางบริษัทไทยลีกก็มีตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขันว่างพอดี ก็เลยไปสมัคร”

“สาเหตุที่เรามาเลือกงานบอล เพราะมันเป็นงานที่เดินไปข้างหน้า ทุกครั้งที่เราทำ ที่มีแมตช์ มันคือการที่ เราพัฒนาไปเรื่อยๆ แต่งานอื่น ก็คือ เสร็จงานก็จบ ไม่เหมือนงานบอล มันคือการเดินทาง”

“เป้าหมายของเราก็คือแรงกิ้งต้องสูงขึ้น เราก็อยากเห็นบอลไทยไปบอลโลกอย่างที่เขาพูดกัน ก็ดีใจแล้ว เพราะถ้าบอลมันไปไกล เราเองก็คงได้ไปไกลด้วยกันหมด”

เมื่อเราถามถึงเป้าหมายในอาชีพ เธอกล่าวด้วยแววตาที่เป็นประกายว่า

“อยากทำงานกับเอเอฟซี ฟีฟ่าค่ะ ตั้งเป้าไว้ว่าอยากไปเยือนสนามทั่วโลก (หัวเราะ) หรืออย่างน้อยแค่ร่วมงานกันก็ยังดีค่ะ”

ดูท่าทางอินอย่างนี้ เราเลยลองแย็บๆ ไปว่าชอบทีมอะไรบ้างหรือยัง

“ก็เชียร์เชลซีค่ะ ชอบ เอเด็น อาซาร์ เขาน่ารักดี ตอนฟุตบอลโลกเลยเชียร์เบลเยี่ยมตามไปด้วย”

เชื่อแล้วว่าเกมลูกหนังมีสเน่ห์ดึงดูดทุกคนที่ได้สัมผัสมันจริงๆ…

FOX Sports Thailand

Comments