จอมโหดดุ! อุรุกวัยไล่อัดเจ้าภาพรัสเซีย 10 คน 3-0 ซิวแชมป์กลุ่ม

ฟุตบอลโลก 2018 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม A นัดที่ 3
ทีมชาติอุรุกวัย vs ทีมชาติรัสเซีย
วันจันทร์ ที่ 25 มิถุนายน 2561
เวลา 21.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม: ซามาร่า อารีน่า, ซามาร่า ประเทศรัสเซีย

 

 

เกมฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายปี 2018 รอบแบ่งกลุ่มนัดที่สาม กลุ่ม A ระหว่าง “จอมโหด” ทีมชาติอุรุกวัย ที่นัดที่สองของรอบแบ่งกลุ่มเอาชนะ ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ได้ 1-0 พบกับ เจ้าภาพ “หมีขาว” ทีมชาติรัสเซีย ที่ในนัดที่แล้วชนะทีมชาติอียิปต์ 3-1 โดยผู้ชนะในเกมนี้จะคว้าแชมป์กลุ่ม A ไปครองหลังจากทั้งสองทีมชนะมาทั้งสองเกม และ มีหกคะแนนเต็มก่อนหน้านี้

เริ่มต้นมาเพียง 2 นาที อุรุกวัย ได้ทักทายก่อนจากการยิงนอกกรอบเขตโทษของ มาธิอัส เวซิโน่ กองกลางจากสโมสรอินเตอร์ มิลาน แต่ว่าบอลยังหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 10 “จอมโหด” อุรุกวัยมาได้ประตูออกนำ 1-0 จากลูกฟรีคิกสุดสวยนอกกรอบเขตโทษของ หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกจากบาร์เซโลน่า โดยประตูนี่เป็นลูกที่ 2 ของ ซัวเรซ ในฟุตบอลโลกครั้งนี้

ในนาที 12 แฟนๆ รัสเซีย เกือบได้เฮจากลูกเปิดยาวมานอกกรอบเขตโทษของฝั่งอุรุกวัย จาก อิกอร์ อคินเฟเยฟ และเป็น อาร์เต็ม ซูบ้า ที่โขกตั้งมาให้ เดนิส เชอรีเชฟ ได้วิ่งเข้ามาซัดเต็มข้อทว่า เฟอร์นานโด มุสเลร่า นายทวารจอมโหดยังเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

ถัดมา 5 นาที รัสเซีย ได้โอกาสอีกครั้งจากลูกเตะมุมของ เดนิส เชอรีเชฟ และเป็น อาร์เต็ม ซูบ้า หัวหอกร่างยักษ์ที่ได้โขกเต็มๆทว่าบอลเด็งลงพื้นข้ามคานออกไปนิดเดียว

นาที 23 อุรุกวัย หนีห่างเป็น 2-0 จากลูกเตะมุมเข้ามาในเขตโทษของทีมจอมโหด โดยผู้เล่นรัสเซีย นั้นเคลียร์บอลออกไปได้ในจังหวะแรกทว่าไปเข้าทาง ดิเอโก ลาซอลต์ มิดฟิลด์จากเจนัว ที่ได้ซัดจากแถวสองส่งบอลแฉลบเดนิส เชอรีเชฟ เข้าประตูไป

นาที 28 โรดริโก้ เบนตานคูร์ กองกลางทีมจอมโหด เกือบจะทำให้ อุรุกวัย หนีห่างอีกหนึ่งประตูจากจังหวะหลุดเข้ามาในเขตโทษก่อนจะได้ดวลกับ อิกอร์ อคินเฟเยฟ แต่ก็ยิงไม่ผ่านมือนายด่านทีมชาติรัสเซีย

โดยในนาที 36 รัสเซีย ต้องมาตกที่นั่งลำบากหลังเหลือผู้เล่นสิบคนในสนาม จากจังหวะที่ อิกอร์ สโมลนิคอฟ ที่โดนใบเหลืองอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ไปเข้าบอลอันตรายใส่ ดิเอโก ลาซอลต์ ผู้ตัดสินจึงชูใบเหลืองที่สองให้และเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

จบเกมในครึ่งเวลาแรก อุรุกวัย นำ รัสเซีย 2-0

ครึ่งหลังเกมยังเป็นครอง อุรุกวัย ที่มีตัวผู้เล่นมากกว่าและนาที 69 เป็น เอดินสัน คาวานี่ ที่ได้ลองส่องประตูจากลูกยิงนอกกรอบเขตโทษ แต่ว่าบอลก็ยังหลุดกรอบไปพอสมควร

นาที 74 รัสเซีย เจ้าบ้าน ชวดได้ประตูตีไข่แตกอย่างน่าเสียดายจากจังหวะผิดพลาดของ เฟอร์นานโด มุสเลร่า และเป็น อาร์เต็ม ซูบ้า ที่ได้ยิงด้วยซ้ายแต่ว่ายังควบคุมทิสทางไม่ดีหลุดเสาออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

นาที 82 คริสเตียน โรดริเกซ เกือบจะทำให้แฟนอุรุกวัยได้เฮ จากลูกยิงไกลเต็มข้อนอกกรอบเขตโทษ ทว่า อิกอร์ อคินเฟเยฟ ยังออกแรงเซฟไว้ได้

นาที 89 เป็น คริสเตียน โรดริเกซ คนเดิมที่ได้ซัดไกลด้วยเท้าซ้ายจากมุมเดิม แต่ อคินเฟเยฟ ก็ยังบินปัดบอลออกไปได้

และในนาที 90 จากลูกเตะมุมเข้ามาทางฝั่งขวาของ อุรุกวัย เป็น ดีเอโก้ โกดิน ที่ได้ขึ้นโขก แต่นายทวารรัสเซียก็ยังป้องกันไว้ได้ แต่ก็เป็น หัวหอกตัวทีเด็ดของทัพจอมโหด เอดินสัน คาวานี่ ที่ได้ซ้ำจ่อๆเข้าไปไม่เหลือส่งให้ อุรุกวัย ขึ้นนำ รัสเซีย 3-0

ในช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ จบเกมที่ ซามาร่า อารีน่า ทีมชาติอุรุกวัย เอาชนะ เจ้าภาพ ทีมชาติรัสเซีย 3 -0

โดยทั้งสองทีมนั้นผ่านเข้ารอบต่อไปเป็นที่แน่นอนแล้ว ซึ่ง อุรุกวัย จบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม A โดยมี มี 9 คะแนนเต็ม อันดับสอง ทีมชาติรัสเซีย มี 6 คะแนน ส่วนทางด้านอันดับสามตกเป็นของ ซาอุดิอาระเบีย ที่มี 3 คะเเนน เเละอันดับสี่ เป็นของ อียิปต์ ที่มีเพียง 1

Comments