ย้อนเวลาชมประตูแรกในฟุตบอลโลกของทีมจากเอเชีย

หลังจากผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 เมื่อวานที่ผ่านมาที่ ทีมชาติอังกฤษ ถล่ม ทีมชาติปานามา ไปด้วยสกอร์ท่วมท้น 6-1 สิ่งหนึ่งที่ถือว่าแย่งซีนและพื้นที่สื่อจากยอดเยี่ยมของ สิงโตคำราม นั่นก็คือการฉลองชัยของชาวปานามา กับประตูแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย จากหนแรกที่พวกเขาฝ่าฟันมาจนถึงรอบนี้ ต้องบอกว่าน่าชมเชยอย่างยิ่ง

จะว่าไปในปีนี้ตัวแทนจากทวีปเอเชียถือเป็นประเทศหน้าเดิมที่เคยผ่านประสบการณ์ฟุตบอลโลกมาแล้วทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น อิหร่าน ญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย เกาหลีใต้ หรือแม้กระทั่ง ออสเตรเลีย ดังนั้นวันนี้เราจะพาคุณผู้ชมย้อนเวลาไปชม การยิงประตูแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของทีมจากทวีปเอเชียกันว่า พวกเขารอคอยประตูแรกในเวิลด์คัพยาวนานขนาดไหน

 

ทีมชาติอิรัก

ประตูแรกของ ทีมชาติอิรัก ในฟุตบอลโลก เกิดขึ้นเมื่อปี 1986 ที่ เม็กซิโก เป็นเจ้าภาพ โดย อิรัก ต้องรอคอยจนถึงเกมรอบแรก นัดที่สอง ที่พวกเขาพ่าย ทีมชาติเบลเยี่ยม 1-2 โดยเกมนั้น เอ็นโซ่ ชีโฟ่ และ นิโก้ แคลร์เซ่น ยิงให้ ปีศาจแดงแห่งยุโรป ออกนำไปก่อน 2-0 แต่ในนาทีที่ 59 ประตูแรกในประวัติศาตร์ฟุตบอลโลกของชาวอิรักก็บังเกิดขึ้นจากการยิงของ อาเหม็ด ราห์ดี้ ซึ่งในท้ายที่สุดลูกยิงของ ราห์ดี้ คือประตูแรกและประตูเดียวที่ อิรัก ยิงได้ในศึกเวิลด์คัพ จนถึงปัจจุบัน

 

 

ทีมชาติญี่ปุ่น

ย้อนไปเมื่อราวๆ 20 ปีที่แล้ว ชาวญี่ปุ่นแทบทั้งประเทศต่างกระโดดโลดเต้นดีใจกันยกใหญ่ หลังจากที่ มาซาชิ นากายาม่า กองหน้าทีมชาติญี่ปุ่นยิงประตูไล่ ทีมชาติจาเมก้า 1-2 ซึ่งแม้ว่าเกมนั้นจะเป็นเกมส่งท้าย ฟร้องค์ 98 ของทัพจาก แดนซามูไร แต่นั่นคือฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาวอาทิตย์อุทัย และลูกยิงในเกมที่สามของ นากายาม่า ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์วงการลูกหนังญี่ปุ่นว่าเป็นผู้ที่ยิงประตูแรกของญี่ปุ่น ในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

 

 

ทีมชาติอิหร่าน

ฟุตบอลโลกหนแรกของ ทีมชาติอิหร่าน เกิดขึ้นในปี 1978 ศึกการโม่แข้งครั้งนั้น ได้ อาร์เจนติน่า รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ ซึ่งการเข้ามาเล่นในฟุตบอลครั้งแรกของขุนพล นักรบเปอร์เซีย ต้องพ่ายในเกมแรกให้กับ ฮอลแลนด์ 0-3 ก่อนที่เกมนัดที่สองพวกเขาจะสามารถไล่ตามตีเสมอ ทีมชาติสกอตแลนด์ ได้ 1-1 ซึ่งผู้เล่นที่ยิงประตูแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของ อิหร่าน ก็คือ อิราจ ดาเนียฟาร์ด ซึ่งประตูดังกล่าวส่งผลให้ อิหร่าน ได้แต้มแรกในฟุตบอลโลก แม้ว่าสุดท้ายจะตกรอบแรกไปก็ตาม

 

 

ทีมชาติเกาหลีเหนือ

ฟุตบอลโลก ปี 1966 ที่ประเทศอังกฤษเป็นเจ้าภาพ เกาหลีเหนือ คือตัวแทนจากทวีปเอเชียเพียงทีมเดียวที่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย ซึ่งครั้งแรกก็ยังเป็นครั้งแรกของทัพ โสมแดง ที่ผ่านเข้ามา โดยเกมแรกพวกเขาพ่าย สหภาพโซเวียต ไปแบบราบคาบ 0-3 ส่วนเกมที่สองแม้จะถูก ชิลี นำไปก่อน แต่นาทีที่ 88 เกาหลีเหนือ ก็ได้ ปาร์ค ซึง ซิน เป็นฮีโร่ยิงประตูแรกในประศาสตร์ฟุตบอลโลกให้กับ โสมแดง และเก็บแต้มแรกในเวิลด์คัพได้สำเร็จ นอกจากนี้พวกเขายังช็อคโลกด้วยการโค่น ทีมชาติอิตาลี ในเกมนัดต่อมา และผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอ๊าต์ได้อย่างยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือ ยุติเส้นทางไว้แค่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น หลังพ่าย โปรตุเกส 3-5

 

 

ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย

ขุนพล เศรษฐีน้ำมัน แนะนำตัวให้กับคอฟุตบอลโลกได้รู้จักจากการผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายครั้งแรกเมื่อปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกา โดยครั้งนั้นแทบไม่มีใครรู้จักโปรไฟล์ของทีมจากตะวันออกกลางทีมนี้มาก่อน อย่างไรก็ตามทั่วโลกก็หันมามอง ซาอุดิอาระเบีย ตั้งแต่เกมแรกของฟุตบอลโลก เพราะพวกเขาเกือบจะพลิกล็อกโค่น ฮอลแลนด์ ได้ ทั้งที่ออกนำไปก่อนจาก ฟูอัด อันวาร์ อามิน ในนาทีที่ 18 ก่อนมาโดน อัศวินสีส้ม ยิงแซงเอาชนะไป 2-1 เท่ากับว่าประตูของ อันวาร์ ทำให้ เศรษฐีน้ำมัน รอคอยประตูแรกในศึกฟุตบอลโลกเพียงแค่ 18 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ผลงานของ ซาอุฯ ยังสร้างเซอร์ไพร์สได้ด้วยการเอาชนะ โมร็อกโก และ เบลเยี่ยม ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอ๊าต์ได้สำเร็จ ก่อนจะไปแพ้ สวีเดน ยุติเส้นทางฟุตบอลโลกครั้งแรกไว้ที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

 

 

ทีมชาติเกาหลีใต้

ทีมชาติเกาหลีใต้ ภายหลังแยกประเทศออกมา ก็ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1954 แต่ครั้งนั้น แพ้รวด 3 นัดและยิงไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว ส่วนประสบการณ์ครั้งที่สองในฟุตบอลโลกของ โสมขาว เกิดขึ้นในปี 1986 ที่ประเทศเม็กซิโก โดยเกมแรก เกาหลีใต้ จะต้องพบกับศึกหนักอย่าง อาร์เจนติน่า ที่นำโดย ดีเอโก้ มาราโดน่า โดยเกมนี้รูปเกมไม่มีอะไรผิดคาด แต่ที่น่าสนใจก็คือการยิงประตูแรกในฟุตบอลโลกของ เกาหลีใต้ โดยกัปตันทีมอย่าง ปาร์ค ชาง ซัน ในนาทีที่ 73 ของเกม

 

 

ทีมชาติจีน
แม้ว่าจะผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งแรก เมื่อปี 2002 ที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ แต่พวกเขาก็ไม่ผ่านรอบแบ่งกลุ่ม จากการพ่ายแพ้สามเกมรวด แพ้ คอสตาริกา 0-2 แพ้ บราซิล 0-4 แพ้ ตุรกี 0-3 และยังยิงประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายยังไม่ได้

Comments