10 เรื่องน่ารู้หลังจบนัดที่สองฟุตบอลโลก 2018

นอกจากจะรู้ว่าใครตกรอบและเข้ารอบกันบ้างแล้ว นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจบนัดที่สองของรอบแบ่งกลุ่มในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ทีรัสเซีย มีสถิติอะไรบ้างที่น่าสนใจ FOX Sports Thailand คัดสรร 10 เรื่องน่ารู้มาให้ท่านได้อ่านกันที่นี่

1. ครั้งแรกของรัสเซีย

ชัยชนะเหนือ อียิปต์ 3-1 ในนัดที่สองของรอบแบ่งกลุ่ม ถือเป็นการชนะสองครั้งติดจากสองเกมแรกในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ของรัสเซีย ซึ่งปีนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเขาทำได้ นับตั้งแต่ปี 1966 ที่ยังเป็นสหภาพโซเวียตอยู่

2. ซาอุฯตกรอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งที่ 4

ซาอุดิ อาระเบีย ตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก เป็นครั้งที่ 4 จาก 5 ครั้งที่พวกเขาผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย นอกจากนี้ พวกเขายังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้แม้แต่ครั้งเดียว จาก 12 นัด (เสมอ 2, แพ้ 10) และพวกเขาไม่สามารถทำประตูได้ถึง 9 นัด จาก 12 เกมที่พวกเขาลงแข่ง

3. ออสเตรเลีย จอมจุดโทษในฟุตบอลโลก

นอกจากจุดโทษของ เยดินัค กัปตันทีมของทัพซ็อคเกอร์รูส จะหยุดสถิติไม่เสียประตูเป็นเวลา 9 ชั่วโมง กับ 31 นาที ของ แคสเปอร์ ชไมเคิล แล้ว จุดโทษลูกนั้นยังถือเป็นลูกที่ 4 จาก 13 ประตูที่ ออสเตรเลีย ทำได้ในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ซึ่งนับเป็น 31% ของประตูที่พวกเขาทำได้ทั้งหมด และถือเป็นอัตราส่วนที่มากที่สุดสำหรับทีมที่ยิงมากกว่า 10 ประตูขึ้นไป

4. อาร์เจนตินา กับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุด

ความพ่ายแพ้ 3-0 ต่อ โครเอเชีย กลายเป็นการแพ้ที่มากที่สุดของ อาร์เจนติน่า ในรอบแบ่งกลุ่มของศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย นับตั้งแต่ปราชัยให้ เชคโกสโลวาเกีย 1-6 ในปี 1958 นอกจากนี้ พวกเขายังหาชัยชนะไม่เจอเป็นเกมที่สองติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 1974

5. เนย์มาร์ เรียกฟาวล์ได้มากสุด

เนย์มาร์ แข้งซูเปอร์สตาร์ทอบ บราซิล กลายเป็นนักเตะจอมเรียกฟาวล์ในฟุตบอลโลก 2018 หลังเจ้าตัวเรียกฟรีคิกให้บราซิลมาแล้ว 14 ครั้ง โดยถือว่าเป็นนักเตะที่ได้ฟาวล์มากที่สุดในฟุตบอลโลกหนนี้

6. อังกฤษ ชนะมากที่สุดในประวัติศาสตร์

ทีมชาติอังกฤษสร้างสถิติใหม่หลังเกมชนะปานามา 6-1 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อถือเป็นสถิติที่พวกเขาเอาชนะคู่แข่งมากที่สุดในเกมเดียวนับตั้งแต่เข้าร่วมฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่อปี 1950 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ โดยสถิติชนะมากที่สุดของ อังกฤษ ในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย คือ 3-0 เหนือโปแลนด์, ปารากวัย (1986) และเดนมาร์ก (2002)

ทั้งนี้ทั้งนั้น ประตูที่ปานามาทำได้ในเกมนี้ กลายเป็นประตูแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขาที่ทำได้บนเวทีฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย

7. เคซึเกะ ฮอนดะ ดาวซัลโวของเอเชียในฟุตบอลโลก

ฮอนดะ กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดของชาติเอเชียในประวัติศาสตร์ฟุตบอล หลังทำไปทั้งหมด 4 ประตู จาก 9 เกมที่ลงสนามในทัวร์นาเม้นท์นี้ นอกจากนี้ เขายังทำประตูในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ให้ญี่ปุ่น เป็นครั้งที่สามติดต่อกัน (2010, 2014 และ 2018) ซึ่งถือเป็นแข้งญี่ปุ่นคนแรกในประวัติศาสตร์ทีมชาติที่ทำได้

8. มูสซา วาเก้ อายุน้อยสุดอันดับสองยิงประตู

ดาวรุ่งของ เซเนกัล อย่าง มูสซา วาเก้ กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุด อันดับสอง ที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลก 2018 ด้วยวัยเพียง 19 ปี กับอีก 263 วัน ต่อจาก คีเลียน เอ็มบัปเป้ ของฝรั่งเศส

9. โปแลนด์ ยุโรปชาติแรกที่ตกรอบ

หลังความพ่ายแพ้ต่อ โคลอมเบีย 3-0 โปแลนด์ กลายเป็นทีมจากยุโรปทีมแรกที่ตกรอบฟุตบอลโลก 2018 จากการลงสนาม 2 นัด และแพ้ทั้งสองนัด รั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่ม H และตกรอบเป็นที่แน่นอนแล้ว

10. จุดโทษ

หลังจบนัดที่สองของรอบแบ่งกลุ่มของศึกฟุตบอลโลก 2018 ปรากฎว่า มีจุดโทษในเกมมากถึง 16 ลูก ด้วยกัน ซึ่งถือว่ามากกว่าฟุตบอลโลกครั้งที่แล้ว โดยในปี 2014 กรรมการให้จุดโทษในเกมแค่เพียง 13 ลูกเท่านั้นตลอดทั้งทัวร์นาเม้นท์

Comments