อย่าพลาด! 5 เหตุผลที่คุณต้องดูนัดชิงดำ UCL

คืนพรุ่งนี้แล้วสำหรับเกมการแข่งขันที่ทุกท่านรอคอย กับนัดชิงชนะเลิศฟุตบอล ยูฟ่า แชมปเปี้ยนสลีก ซึ่งปีนี้แชมป์เก่า 12 สมัย อย่าง รีล มาดริด เข้าชิงโทรฟี่ บิ๊กเอียร์ กับ ลิเวอร์พูล แชมป์ 5 สมัย ที่ถือว่าเป็นม้ามืดในปีนี้เลยก็ว่าได้ เพราะครั้งสุดท้ายที่พวกเขาลงเล่นรายการนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 ซึ่งการกลับมาในคราวนี้ของ หงส์แดง มีการสร้างเซอร์ไพร์สหลายๆ รวมไปถึงการจรัสแสงของดาวยิงหน้าใหม่ที่ชื่อว่า โมฮัมเหม็ด ซาล่า ตัวรุกชาวอียิปต์ ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลกอีกด้วย นั่นคือส่วนหนึ่งของความน่าสนใจในฟุตบอลคู่นี้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเหตุผลว่าทำไมแฟนบอลทั่วโลกถึงไม่ควรพลาดเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนสลีก ในคืนวันนี้พรุ่งนี้ Fox Sports Asia จึงของรวบรวม 5 เหตุผลที่ไม่ควรพลาดเกมนี้

 

1.การพบกันของ 2 ผู้เล่นที่ร้อนแรงที่สุดในโลก ณ เวลานี้ โรนัลโด้ – ซาล่าห์

การโคจรมาเจอกันของ 2 แข้งที่ดีสุดในเวลานี้ ระหว่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกซุปเปอร์สตาร์ของ เรอัล มาดริด กับ โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ ปีกจอมถล่มประตูของ ลิเวอร์พูล ซึ่งในฤดูกาลนี้ทั้ง 2 มีสถิติใกล้เคียงกันมาก จึงเป็นที่น่าจับตามองของแฟนบอลทั่วโลกที่หวังจะได้เห็นสตาร์ดัง 2 รายนี้อยู่ในสนามพร้อมกัน สำหรับ “ซีอาร์ 7” ฤดูกาลนี้ ยิงไปแล้ว 42 ประตู รวมทุกรายการ ขณะที่ โม ซาล่าห์ ฤดูกาลนี้ยิงไปแล้ว 44 ประตู รวมทุกรายการ

 

2.การรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศปี 1981

เกมนี้ถือเป็นการโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งของทีมในคู่ชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยนสคัพ (ชื่อเดิม) ระหว่าง “ราชันชุดขาว” กับ “หงส์แดง” โดยทั้งคู่เคยชิงดำกันมาแล้ว เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 1981 ซึ่ง หงส์แดง ได้ประตูขึ้นนำจาก อลัน เคเนดี้ ในนาทีที่ 81 และเป็นประตูชัยที่พาพลพรรค เร้ด แมชชีน คว้าแชมป์ไปครองไปสำเร็จ ซึ่งการมาเจอกันอีกครั้งในรอบชิงปีนี้ แน่นอนแฟนของ ราชันชุดขาว ก็ต้องการที่จะเห็นทีมของตัวเองคว้าชัยในนัดนี้ เพราะนี่คือการถอนแค้น หงส์แดง เมื่อ 37 ปีก่อน

 

3.นี่เป็นครั้งที่ 5 ที่ตัวแทนจากอังกฤษและสเปน โคจรมาพบกันในรอบชิงชนะเลิศ เวทีระดับยุโรป

นี่คือการเจอกันเป็นครั้งที่ 5 ระหว่างสโมสรจากประเทศสเปนกับสโมสรจากประเทศอังกฤษ ในรอบชิงชนะเลิศ UCL ซึ่ง 3 ครั้งที่ผ่านมา เป็นสโมสรจากสเปนชนะไป 3 ครั้ง ซึ่งเป็นผลงานของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาเซโรน่า ทั้ง 3 นัด ในปี 2006 ชนะ อาร์เซน่อล 2-1 ปี 2009 ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 และ ปี 2011 ก็ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อีกครั้ง 3-1 ส่วนทีมจากอังกฤษชนะเพียงแค่นัดเดียวในปี 1981 จากผลงานของ ลิเวอร์พูล ที่ชนะ เรอัล มาดริด นี่เอง

 

4. เรอัล มาดริด จะเป็นแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันเป็นทีมแรกได้หรือไม่ หงส์แดง จะเป็นผู้ให้คำตอบ

คว้าแชมป์มาได้ 2 สมัยติดกันสำหรับ ราชันชุดขาว และเป้าหมายต่อไปของยอดทีมจากแดนกระทิงดุก็คือการ คว้า บิ๊กเอียร์ เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งยังไม่มีทีมไหนเคยทำได้มาก่อน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่แฟนบอลทั่วโลกต่างเฝ้ารอชมว่า ซีเนอดีน ซีดาน จะพาลูกทีมของเขาสร้างประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ได้หรือไม่

 

5. การเจอกันของ 2 ยอดโค้ช

นี่คือการเผชิญหน้ากันครั้งแรกระหว่าง ซีเนอดีน ซีดาน กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ 2 ยอดกุนซือในยุคปัจจุบัน ทั้ง 2 ต่างมีบุคลิกที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง ซีดาน มาดค่อนข้างนิ่งเมื่อบัญชาการข้างสนาม ส่วนช่องว่างกับลูกน้องก็ทิ้งระยะห่างชัดเจนว่าตัวเองคือผู้ใต้บังคับบัญชา ขณะที่ คล็อปป์ มีบุคลิกจอมแอ็คชั่น พร้อมกระตุ้นลูกทีมตลอดเวลา ความสัมพันธ์กับลูกทีมดูเป็นกันเอง มีการสวมกอด หยอกล้อกัน หรือเวลาไม่พอใจก็พร้อมตวาดได้ทุกเวลา เรียกว่าเป็นตัวพ่ออีกคนของทีมเลยก็ว่าได้ ส่วนเรื่องประสบการณ์ทำทีมแน่นอนว่า คล็อปป์ มีมากกว่าและผ่านชั่วโมงบินมาเยอะกว่า ซีดาน ดังนั้นการเจอกันระหว่าง 2 กุนซือที่บุคลิกต่างกันโดยสิ้นเชิงครั้งนี้ จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แฟนบอลให้ความสนใจ

Comments