ระทึกทุกเกม : 5 แมตช์ในความทรงจำ “ไทยแลนด์ กลาซิโก”

ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก สุดสัปดาห์นี้ จะมีเกมความมันส์ระดับ 5 ดาวเกิดขึ้น ณ ชลบุรี สเตเดี้ยม โดยเป็นการพบกันระหว่าง ฉลามชล ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้านพบ กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งการพบกันของสองคู่ปรับได้รับการขนานนามจากบรรดาผู้สื่อข่าวว่า เอล กลาสิโก้ เมืองไทย โดยนอกเหนือจากเป็นการพบกันของ 2 ยักษ์ใหญ่ในไทยลีกแล้ว ยังถือเป็นเกมที่เดิมพันกันด้วยศักดิ์สรีแบบไม่มีใครยอมใคร

วันนี้ Fox Sports Asia จะขอพาคุณผู้ชมย้อนเวลามาดู 5 เกม เอล กลาสิโก เมืองไทย ที่ขึ้นชื่อว่ามีอุณหภูมิอันร้อนระอุในระหว่างเกม โดยจะขอคัดมา 5 เกมที่มีความมันส์ระดับ 5 ดาว มาให้ทุกท่านได้สร้างอารมณ์ร่วมก่อนเกม ไทยแลนด์ เอลกลาสิโก้ ในสุดสัปดาห์นี้

30 พฤษภาคม 2009 ชลบุรี เอฟซี แพ้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2-5

การเจอครั้งแรกบนไทยลีก ระหว่าง ชลบุรี เอฟซี กับ เมืองทอง ยูไนเต็ด เกิดขึ้นในปี 2009 โดยเกมนั้น ฉลามชล มาในฐานะทีมเต็งแชมป์ ส่วน กิเลนผยอง มาในฐานะทีมน้องใหม่ที่กำลังฟอร์มแรงสุดๆ ซึ่งเกมดังกล่าวทั้งสองทีมห่ำหั่นกันอย่างถึงพริกถึงขิง และเป็นทีมดังจากชายฝั่งตะวันออกที่ออกนำไปก่อนจาก อาทิตย์ สุนทรพิศ และ โคเน่ โมฮัมเหม็ด ก่อนที่ เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ในขณะนั้น จะทำเรื่องเหลือเชื่อ เมื่อรัวยิงแซงทีเดียว 5 ประตูรวดจาก ดานโญ่ เซียก้า 2 ประตู ,ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ ,พิเชษฐ์ อินทร์บาง และ หัตถพร สุวรรณ จบเกมกลายเป็น กิเลนผยอง ที่บุกมาฝากรอยแค้นด้วยการถล่ม ชลบุรี เอฟซี 5-2 ซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การเจอกันระหว่างสองทีมนี้ ได้รับการขนานนามว่า ศึกไทยแลนด์ เอล กลาสิโก้ หรือ เอล กลาสิโก้ เมืองไทย โดยมีที่มาจากบิ๊กแมตช์ของศึกลา ลีกา สเปน ที่ เรอัล มาดริด พบกับ บาร์เซโลน่า นั่นเอง

 

25 ธันวาคม 2011 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แพ้ ชลบุรี เอฟซี 1-2

2 ปีต่อมา เอล กลาสิโก้ เมืองไทย บังเกิดขึ้นในช่วงท้ายฤดูกาล และได้รับความสนใจจากแฟนบอลเป็นจำนวนมาก โดยตั๋วเข้าชมเกมขายหมดล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ โดยถึงตอนนั้น กิเลนผยอง สถาปนาตัวเองกลาย บิ๊กทีม ประจำไทยลีกไปแล้วหลังจากคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ถึง 2 สมัยติดต่อกันในปี 2009 และ 2010 แต่สถานการณ์ ณ ตอนนั้น เมืองทอง หมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์ไปแล้ว โดยเสียแชมป์ให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตามเกมดังกล่าวเต็มไปด้วยความเข้มข้น เรียกได้ว่าอะดรินาลีน ทำงานสูบฉีดแทบจะทั้งเกม และเป็นเจ้าบ้านอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ออกนำไปก่อนจาก ดานโญ่ เซียก้า เจ้าเก่า แต่พอกลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง ผลปรากฏว่า ฉลามชล กลับมาสู้ได้ดีเกินคาดและได้ประตูตีเสมอจาก สุรีย์ สุขะ และได้ประตูชัยจากดาวรุ่งสำรองที่มีนามว่า นูรูล ศรียานเก็ม และเป็นประตูชัยให้ ชลบุรี เอฟซี บุกมาถอนแค้น กิเลนผยอง ได้ถึงถิ่น ในเกมที่มีความตื่นเต้นระดับห้าดาว

 

26 สิงหาคม 2012 ชลบุรี เอฟซี เสมอ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2-2

เกมสุดมันส์ประจำฤดูกาล 2012 เชื่อเหลือเกินว่าจะต้องมีศึก เอล กลาสิโก้ เมืองไทย ติดชาร์ตอย่างแน่นอน เกมระหว่าง ฉลามชล กับ กิเลนผยอง ในซีซั่น 2012 โดยมีแฟนบอลเรือนหมื่นแห่มาเป็นสักขีพยาน ณ สนาม ชลบุรี สเตเดี้ยม ซึ่งเกมนี้ใครที่ซื้อตั๋วเข้าชมเกม ต้องบอกว่าคุ้มสุดคุ้ม เพราะถือเป็นอีกหนึ่งเกมคุณภาพของวงการลูกหนังไทย โดยเกมนี้ใช้เชิ้ตดำชาวฮ่องกงตัดสินเกมนี้ เพื่อป้องกันคำครหาต่างๆนานาที่จะตามมา

เจ้าออฟ นพนนท์ คชพลายุกต์ ซัดประตูให้เจ้าบ้านออกนำไปก่อนในช่วงท้ายครึ่งแรก ก่อนจะถูก อัตนาน บาราคัต ยิงตามตีเสมอให้ เมืองทอง ช่วงต้นครึ่งหลัง โดยเกมนี้มีจังหวะเข้าปะทะกันถึงลูกถึงคนหลายครั้้ง เรียกได้ว่าถูกอกถูกใจคอบอลสายฮาร์ดคอร์เป็นอย่างดี นาทีที่ 62 อัฒจรรย์ของ ฉลามชล ก็แทบถล่มเมื่อกองหน้าลายครามอย่าง พิภพ อ่อนโม้ โหม่งประตูห้เจ้าบ้านออกนำอีกครั้ง 2-1 ก่อนจะโดนทีเด็ดของ เจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา ยิงตีเสมอให้ทีมเยือนในช่วง 10 นาทีสุดท้าย โดยในฤดูกาลดังกล่าว กิเลนผยอง คว้าแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 3 ได้สำเร็จหลังจากฤดูกาลสิ้นสุดลง

 

 

28 มิถุนายน 2015 ชลบุรี เอฟซี ชนะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2-1

อีกหนึ่งเกมในความทรงจำของศึก เอล กลาสิโก้ หลายคนคงต้องนึกถึงเกมในปี 2015 โดยเป็นเกมที่ ฉลามชล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ กิเลนผยอง ท่ามกลางอุณหภูมิของเกมอันร้อนระอุ และแน่นอนว่าจำนวนแฟนบอลในสนาม เต็มความจุของ ชลบุรี สเตเดี้ยม โดยเกมนี้เป็น มาริโอ ยูรอฟสกี้ ของแสลงของ ชลบุรี ที่ยิงให้ กิเลนผยอง ออกนำไปก่อน ก่อนเจ้าบ้านจะมาตามตีเสมอได้จากจุดโทษของ ติอาโก้ คุนญ่า

หลังจากนั้นสถานการณ์ของทีมเยือนย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อ สราวุธ กัลยาณบัณฑิต รับใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกสนามไป ซึ่งหลังจากที่ ฉลามชล ได้เปรียบตัวผู้เล่นก็ลุยเข้าใส่ทันที และเป็น นูรูล ศรียานเก็ม ของแสลงของ เมืองทอง ที่ยิงประตูลูกใบไม้ร่วงสุดสวย และเป็นประตูชัยให้ ชลบุรี เอฟซี เอาชนะ ไปได้ 2-1 โดยหลังจากเสียประตู เอสซีจี เมืองทอง ก็ยังเสีย เคลตัน ซิลวา ไปอีกรายหลังถูกผู้ตัดสินชักใบแดงไล่ออกในช่วงท้ายครึ่งแรก

 

 

28 มิถุนายน 2017 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชนะ ชลบุรี เอฟซี 3-1

และนี่คือศึก เอล กลาสิโก้ นัดล่าสุดที่ กิเลนผยอง พบกับ ฉลามชล โดยเป็นเกมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ณ เอสซีจี สเตเดี้ยม โดยช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นช่วงขาขึ้นของ เมืองทอง เนื่องจากอุดมไปด้วยผู้เล่นทีมชาติไทยแทบจะครึ่งค่อนทีม และมี ธชตวัน ศรีปาน นั่งแท่นกุนซือ ส่วน ชลบุรี เอฟซี ที่มี น้าเทิด เทิดศักดิ์ ใจมั่น เป็นเฮดโค้ช ยังคงเน้นการให้โอกาสดาวรุ่งลงสนามแต่ก็ยังมีตัวทีเด็ดอย่าง ติอาโก้ คุนย่า ลงล่าตาข่าย โดยเกมนี้ผู้มาเยือนจากชายฝั่งตะวันออกยิงจุดโทษให้ทีมขึ้นนำไปก่อนจาก คุนย่า และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลัง กิเลนผยอง ใช้เวลาเพียง 25 นาทียิงคืน 3 ประตูรวด จาก นาอาโอกิ อาโอยามะ และ เลอันโดร อัสซัมเซา 2 ประตู ซึ่งถือเป็นการยิงประตูทีมเก่าของหัวหอกบราซิเลียนรายนี้ด้วย จบเกม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เอาชนะ ชลบุรี เอฟซี 3-1 ในเกมที่เรียกได้ว่ากองเชียร์ทั้งสองทีมนั่งกันไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียว

Comments