อิเลียส เอ็นนาฮาชิ : คิกบ็อกเซอร์ผู้กระชากเข็มขัดแชมป์โลกไปจาก ‘เพชรดำ’

ถ้าเอ่ยชื่อ “อิเลียส เอ็นนาฮาชิ” นักชกคิกบ็อกซิ่งชาวดัตช์-โมร็อกโก หลายท่านอาจไม่รู้จัก แต่หากใครที่ติดตามรายการ วัน แชมเปียนชิพ และจำผู้ท้าชิงที่กระชากเข็มขัดแชมป์โลกไปจาก “เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี” ได้ นั่นแหละเขาคนนั้น

ONE Championship : Warriors of Light – HIGHLIGHTS

นักชกวัย 23 ปีตัวแทนประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วยอายุเพียงเท่านี้เขาประสบความสำเร็จบนเส้นทางนักสู้อย่างมากมาย โดยเป็นแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่งถึง 6 สมัย และเพิ่งมาเปิดตัวใน วัน แชมเปียนชิพ ก็สามารถคว้าแชมป์โลกไปประดับบารมีเป็นสมัยที่ 7

ความสำเร็จที่ได้มาไม่ใช่เพราะโชคช่วย หรือเพราะฐานะทางบ้านร่ำรวย มีเงินส่งเสียให้เรียนกับโค้ชดีๆ กลับตรงกันข้ามเขาต้องดิ้นรนไขว่คว้าหาความสำเร็จเพื่อให้ได้มาซึ่งการยอมรับในฐานะผู้อพยพจากโมร็อกโกซึ่งไปอาศัยอยู่ที่เนเธอร์แลนด์

ต้นกำเนิดที่แตกต่าง

เอ็นนาฮาชิ เกิดที่เมืองอูเทรคท์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ แต่เขาและครอบครัวอยู่ในสถานะของผู้อพยพที่ไม่ได้รับการยอมรับ เพราะไม่ใช่พลเมืองรากเหง้าของประเทศนี้ พวกเขาจึงต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีคุณค่าพอที่จะอยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้โดยไม่เป็นภาระ

“ต้นตระกูลของเราเป็นชาวโมร็อกโก แต่ผมเกิดและเติบโตที่เนเธอร์แลนด์ ทุกอย่างเริ่มต้นที่นี่ และผมก็รู้สึกว่าที่นี่คือบ้าน ครอบครัวเป็นเสมือนโลกทั้งใบ และเป็นแรงใจอันดับ 1 ของผม”

พ่อของ เอ็นนาฮาชิ ทำงานเป็นพนักงานเก็บขยะของเทศบาล ขณะที่แม่ทำหน้าที่เลี้ยงลูกและเป็นคนงานในบ้านพักคนชรา พวกเขาหนักเอาเบาสู้และค่อยๆ สร้างฐานะครอบครัวให้ดีขึ้น โดย เอ็นนาฮาชิ มองเห็นความขยันมุมานะของพ่อแม่มาตั้งแต่เล็ก

ศิลปะการต่อสู้อยู่ในสายเลือด

กีฬาฟุตบอลคือความใฝ่ฝันของ เอ็นนาฮาชิ เหมือนอย่างเด็กชายทั่วไป แต่อาจเพราะสายเลือดนักสู้ของพ่อและลุงที่เป็นนักคาราเต้ จึงทำให้เขาหันมาสนใจเรียนรู้วิชาการต่อสู้ โดยมีลูกพี่ลูกน้องที่ฝึกคิกบ็อกซิ่งมาก่อนแนะนำให้เขารู้จักกีฬาหมัดมวย

“ผมคิดว่าศิลปะการต่อสู้มันอยู่ในสายเลือดของเรา ผมเริ่มฝึกคิกบ็อกซิ่งครั้งแรกตอนอายุ 11 ขวบ หลังจากลูกพี่ลูกน้องบอกว่า เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันที่เก่งกีฬานี้สามารถเล่นงานผมได้ ผมเป็นคนรักศักดิ์ศรี ยิ่งมีคนบอกว่าผมทำไม่ได้ ผมยิ่งต้องการพิสูจน์ตัวเอง ผมจึงตัดสินใจเข้ายิมฝึกคิกบ็อกซิ่ง และครูฝึกบอกว่าผมทำได้ดี จากนั้น 2 เดือนต่อมา ผมก็ได้ขึ้นชกครั้งแรก”

หลังเปิดตัวบนสังเวียนการต่อสู้ นักชกหนุ่มชาวดัตช์ก็ไม่เคยหันหลังกลับ เขามีพ่อซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่เขานับถือมากที่สุดในชีวิตเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญ และมาร่วมฝึกซ้อมด้วยเสมอจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งทำให้เขามีพลังและกำลังใจในการฝึกฝนอย่างหนักและตั้งใจทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมทุกๆ ครั้ง

ครั้งหนึ่งที่เคยหลงทาง

ช่วงวัยรุ่นที่กำลังหัวเลี้ยวหัวต่อ เอ็นนาฮาชิ เคยออกนอกลู่นอกทาง เขาติดเพื่อน กลับบ้านดึก และละเลยการฝึกซ้อม แต่เมื่อพ่อของเขาเตือนสติให้นึกถึงอนาคต รวมถึงเป็นแบบอย่างของความมุ่งมั่นให้เขาเห็นมาโดยตลอด ทำให้ เอ็นนาฮาชิ กลับมามีสติและยอมเสียสละชีวิตวัยรุ่นอย่างคนทั่วไป กลับเข้าสู่เส้นทางนักสู้ที่เขาเลือกเอง

“ตอนผมอายุ 16 มันตัดสินใจยากที่จะต้องเลือกระหว่างเพื่อนกับชีวิตนักสู้ ผมอยากเก็บไว้ทั้งคู่ แต่เมื่อพ่อชี้ให้ผมตาสว่าง และยื่นคำขาดให้ผมตัดสินใจระหว่างการกลับมาตั้งใจฝึกซ้อมคิกบ็อกซิ่งอย่างจริงจังเพื่ออนาคต หรือจะยอมล้มเลิกและทิ้งทุกอย่างที่ทำมาหลายปี ผมจึงเลือกที่จะโฟกัสกับศิลปะการต่อสู้อย่างเต็มที่ ซึ่งมันทำให้ผมดีขึ้นทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ผมรู้จักเคารพผู้อื่น เติบโตเป็นผู้ใหญ่ และมีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่”

ประกาศศักดาบนเวที ONE

หลังสั่งสมชัยชนะได้ 34 ครั้งและแพ้ 3 ครั้ง บวกกับตำแหน่งแชมป์โลก 6 สมัย ส่งให้ เอ็นนาฮาชิ ได้เข้าร่วมเป็นนักกีฬาของรายการ วัน แชมเปียนชิพ ซึ่งเจ้าตัวใฝ่ฝัน และเขารู้ดีว่าที่นี่คือเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาจะได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการคว้ารางวัลอันเป็นยอดปรารถนาของนักกีฬาทุกคน

เอ็นนาฮาชิ ประเดิมศึกแรกในฐานะผู้ท้าชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต กับ “เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี” นักชกหนุ่มขวัญใจชาวไทยที่กำลังมีฟอร์มร้อนแรงในขณะนั้น เมื่อวันศุกร์ที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

ทั้งคู่เปิดเกมกันอย่างดุเดือดและเกรี้ยวกราด สาดอาวุธใส่กันอย่างไม่ออมมือ เพชรดำ ที่มีแข้งซ้ายเป็นทีเด็ด แต่ยังอ่อนประสบการณ์บนเวทีคิกบ็อกซิ่ง จึงแพ้ให้กับความเก๋าของนักชกชาวดัตช์ หลังโดนถลุงหมัดชุดใหญ่ชนิดตั้งตัวไม่ทัน จำต้องยอมปล่อยให้เข็มขัดแชมป์โลกถูกกระชากไปในบ้านเกิดต่อหน้าต่อตา

ศึกไตรภาค

เวลา 3 เดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วกับการเชยชมเข็มขัดแชมป์โลก และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ เอ็นนาฮาชิ  จะต้องขึ้นสังเวียนเพื่อป้องกันบัลลังก์จากการท้าทายของคู่ปรับเก่าที่เคยเจอกันมาแล้ว 2 ครั้งตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะเซ็นสัญญาเข้ามาเป็นนักกีฬาของ วัน แชมเปียนชิพ

วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ที่กรุงปักกิ่ง เอ็นนาฮาชิ จะดวลเดือดกับนักชกเจ้าถิ่น วัย 26 ปี “หวัง เวินเฟง” ที่เคยผลัดแพ้ผลัดชนะกันมาคนละไฟต์ โดยเมื่อเดือนกันยายน 2557 เอ็นนาฮาชิ เป็นฝ่ายชนะคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ ในการแข่งขันที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ อันเป็นถิ่นของตัวเอง

หลังจากนั้นอีก 3 ปีต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2560 ในสังเวียนบ้านเกิดของ เวินเฟง เจ้าถิ่นคว้าชัยชนะเหนือ เอ็นนาฮาชิ ในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ 8 คนรอบก่อนรองชนะเลิศ ทำให้ทั้งคู่มีแต้มเสมอกัน 1 ต่อ 1

นับเป็นเวลา 2 ปีเต็มที่ทั้งคู่จะได้กลับมาล้างตากันเป็นครั้งที่ 3 ในศึก ONE: AGE OF DRAGONS ซึ่งถือเป็นศึกชิงดำและมีเข็มขัดแชมป์โลกของรายการศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเป็นเดิมพัน รับประกันความเดือดเบอร์ 5 ติดตามชมความมันได้ทางแอปพลิเคชัน ONE Super App เวลา 16.00 น.เป็นต้นไปตามเวลาประเทศไทย

Comments