เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี : อดีตนักมวยตัวแถมสู่แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง คนแรกในประวัติศาสตร์

นักมวยหนุ่มจากอุบลราชธานีวัย 21 ปีที่ฝันเป็นจริงกับการพลิกชีวิตขึ้นนั่งบัลลังก์แชมป์โลก วัน แชมเปียนชิพ วันศุกร์นี้เขาเตรียมขึ้นป้องกันตำแหน่งครั้งแรกกับคู่แกร่งสุดหินชาวดัตช์ ดีกรีคิกบ็อกซิ่ง 6 สมัย “เพชรดำ” ไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะการรักษาเข็มขัดแชมป์โลกที่ว่ายากแล้ว อาจเทียบไม่ได้กับความลำบากตรากตรำในอดีตที่เขาเคยผ่านมาทั้งชีวิต

ONE Championship star Angela Lee posts message to her fans following loss to Michelle Nicolini

 

“เพชรดำ” เกิดในครอบครัวชาวนาที่มีฐานะยากจนในจังหวัดอุบลราชธานี ภาคอีสานของประเทศไทย เขาเป็นลูกชายคนโตในบรรดาลูกชาย 3 คน ทั้ง 5 ชีวิตอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กที่มีเพียงห้องเดียว นอนรวมกันบนพื้น หุงหาอาหารกินตามมีตามเกิด

สมัยอายุ 8-9 ขวบ เพชรดำเห็นการแข่งขันชกมวยซึ่งจัดในงานสงกรานต์แถวบ้าน จึงเกิดความอยากรู้อยากลอง พ่อของเพชรดำชอบดูมวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงพาเขาไปเปรียบมวย สรุปเขาได้ชกจริงๆ ทั้งที่ไม่เป็นมวยเลยแม้แต่น้อย

ก่อนขึ้นชก 15 วัน พ่อซึ่งไม่ใช่นักมวยและไม่มีความรู้เรื่องมวย ช่วยฝึกซ้อมให้ลูกชายแบบงูๆ ปลาๆ อาศัยความรู้ที่ได้จากการดูมวยเป็นประจำ ส่วนใหญ่ได้เพียงแต่ซ้อมวิ่งไปวันๆ ด้วยความหวังว่าสักวันจะได้เห็นเพชรดำชกมวยออกทีวี

“ตอนขึ้นชกครั้งแรก ทั้งผมและคู่ชกต่างฝ่ายก็ไม่เป็นมวย ชกเหมือนว่ายน้ำใส่กัน กางเกงมวยก็ไม่รู้มาจากไหน ตัวใหญ่ประมาณไซส์ XL ต้องพันเอวอยู่หลายรอบ ชกเสร็จผมแพ้คะแนน ได้ค่าตัว 300 บาท”

“ชกอยู่ 4-5 ไฟต์ผมไม่เคยชนะ เพราะไม่รู้จักวิธีชก ถึงพ่อซ้อมให้แต่พ่อก็ไม่เป็นมวยและไม่รู้จะสอนยังไง เขาเลยพาไปฝึกที่ค่ายมวยแถวบ้าน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมได้ฝึกมวยอย่างจริงจัง”

ในค่ายมวยภายใต้การดูแลของ “ครูอ๊อด พิบูลย์” ซึ่งเลี้ยงดูเขาเหมือนลูกเหมือนหลาน เพชรดำได้เรียนรู้วิชามวยไทยอย่างแท้จริง อีกทั้งได้เริ่มต้นมิตรภาพกับเพื่อนร่วมค่ายอย่าง “เพชรมรกต” ซึ่งในขณะนั้นเป็นนักมวยเก่งและมีชื่อเสียงแถวอุบลราชธานี เขาเป็นนักมวยรุ่นพี่อายุห่างจากเพชรดำ 4 ปี ก่อนหน้านั้นเพชรดำเคยเห็นเขาซ้อมมวยและวิ่งผ่านอยู่บ่อยครั้ง

“ตอนอยู่ที่อุบลฯ กับ พ่ออ๊อด พิบูลย์ ช่วงนั้นพี่ๆ ในค่ายเขาไปชกที่ไหนผมจะตามไปเชียร์ตลอด บางครั้งเขาก็ให้ผมเป็นมวยตัวแถม ก็ดีเหมือนกันจะได้มีรายการและได้ฝึกกระดูกมวยไปด้วย”

จากคนไม่เป็นมวยก็ค่อยๆ ซึมซับไปเรื่อย เพชรดำเดินสายชกอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี แต่ยังไม่มีชื่อเสียง ช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อเพชรดำมีออกนอกลู่นอกทางบ้าง เพราะอยากมีเวลาไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนตามประสาวัยรุ่น แต่โชคดีที่เขาตระหนักได้ว่าถึงเวลาที่ต้องช่วยเหลือครอบครัว โดยใช้ความรู้ทางด้านมวยไทยให้เกิดประโยชน์

“ตอนเรียนผมโง่มาก ผมไม่ค่อยตั้งใจ ไม่ชอบเรียนหนังสือ ไปเรียนก็ง่วง เพราะต้องตื่นมาซ้อมมวยตั้งแต่ตีห้า ผมเคยหลับในห้องเรียน หลับตอนสอบก็มี จนครูต้องมาปลุก แต่เขารู้ว่าผมซ้อมมวย เขาก็ไม่ว่าอะไรมาก ผมเลยคิดว่าเรียนเอาแค่ให้จบก็พอ”

ช่วงที่เพชรดำเรียนอยู่ชั้น ม.1 ครูอ๊อดเริ่มไม่มีเวลาจึงตัดสินใจยกนักมวยทุกคนรวมทั้งเพชรดำ ฝากฝังให้ค่ายเพชรยินดีอะคาเดมีช่วยดูแลและปลุกปั้น ด้วยความเชื่อมั่นว่าค่ายใหญ่แห่งนี้จะมีศักยภาพในการสนับสนุน ส่งเสริม และผลักดันให้นักมวยมีโอกาสในอนาคตที่ดียิ่งขึ้น แต่เพชรดำไม่ได้ไปในทันที เพราะเขาตั้งใจเรียนหนังสือให้จบชั้น ม.3 ก่อน จึงร้างเวทีไป 2 ปี ก่อนจะย้ายเข้าสู่เมืองกรุงในวัย 16 ปี

การฝึกซ้อมมวยในค่ายเพชรยินดีอะคาเดมี เพชรดำเหมือนต้องมาเริ่มต้นใหม่ เพราะการซ้อมแตกต่างจากค่ายเดิมที่อีสานอย่างมาก เมื่อได้อยู่ท่ามกลางนักมวยเก่งๆ จำนวนมากในค่าย รวมถึงการบริหารจัดการของค่ายที่มีความเป็นมืออาชีพ จึงทำให้เพชรดำพัฒนาฝีมือขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ตอนมาอยู่ที่นี่แรกๆ ผมกลัวชีวิตเมืองกรุง กลัวเสี่ยโบ๊ท (ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ หัวหน้าค่าย) กลัวเพื่อนในค่าย กลัวทุกอย่าง เพราะผมไม่เคยเจอใคร อยู่แต่บ้านนอก และได้เจอพี่สามเอ (ไก่ย่างห้าดาว) กับน้องโอ๋ (ไก่ย่างห้าดาว) ซึ่งเป็นนักมวยเก่งและมีชื่อเสียงมาก ผมเคยเห็นเขาแต่ในยูทูบ พอมาเจอตัวจริงในค่ายก็รู้สึกดีใจ”

“ชกไฟต์แรกที่เวทีราชดำเนินเป็นมวยหลังคู่เอก แต่พอดีวันนั้นคู่สองถอน ผมเลยได้เข้าไปเสียบแทน กลายเป็นมวยในรายการ ไฟต์แรกชนะคะแนนได้ค่าตัว 10,000 บาท ผมดีใจมากไม่เคยได้เงินเยอะขนาดนี้ สมัยต่อยอยู่บ้านนอกได้ครั้งละ 1,000-2,000 บาทเท่านั้น”

จากค่าตัวหลักพันเป็นหลักหมื่น ปัจจุบันเพชรดำได้ค่าตัวหลักแสน ขึ้นแท่นนักชกดีกรีแชมป์เข็มขัดหลายเส้น ทั้งแชมป์สนามมวยเวทีลุมพินีและแชมป์ประเทศไทย 118 ป. แชมป์ WBC 126 ป. และแชมป์โตโยต้ามาราธอน 135 ป.

นอกเหนือจากความสำเร็จบนสังเวียน สิ่งที่ทำให้เพชรดำภาคภูมิใจคือการได้เลี้ยงดูบุพการี และส่งเสียน้องชายทั้งสองคนเรียนหนังสือ ปัจจุบันน้องชายเรียนอยู่ชั้น ม.6 และ ป.5 ส่วนตัวเขาเองเรียนจบ กศน. ชั้น ม.6 จากอุบลราชธานี และเขาหวังว่าจะส่งน้องทั้งสองคนจนเรียนจบชั้นมหาวิทยาลัยให้ได้

การมาอยู่ค่ายเพชรยินดีฯ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเพชรดำ ช่วงเวลากว่า 6 ปีในค่ายนี้ได้พลิกชีวิตของนักมวยบ้านนอกสู่นักมวยอินเตอร์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก หลังจากได้รับการสนับสนุนให้เข้าเป็นนักกีฬาในสังกัดรายการ วัน แชมเปียนชิพ ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา และดูเหมือนว่าเพชรดำจะถูกกับตลาดนี้ ซึ่งมีรูปแบบเป็นสปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์

การเปิตดัวครั้งแรกบนสังเวียนระดับโลกของ “เพชรดำ” เจ้าของฉายา “The Baby Shark” เริ่มต้นเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2561 ในศึก ONE: PURSUIT OF POWER ที่สนามแอ็กเซียตา อารีน่า กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพชรดำใช้พลังแข้งซ้ายอัดเข้าที่ชายโครง เผด็จศึกนักชกจากออสเตรเลีย ดีกรีแชมป์ ISKA-K1 World Champion “จอร์ช ทอนนา” ในนาทีแรกของยกที่สอง

เพชรดำหวนคืนสังเวียนระดับโลกอีกครั้งในศึก ONE: KINGDOM OF HEROES เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2561 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี กรุงเทพฯ เจ้าตัวมาในผมกัดสีขาวหัวใจสีชมพู พบกับเจ้าพิทบูลจากแดนมังกร “เคนนี เซ” ดีกรีแชมป์ K-1 Commonwealth ขณะที่เจ้าพิทบูลเป็นฝ่ายบุก เพชรดำอาศัยความว่องไวกว่าใช้แข้งซ้ายมหาภัยอัดเข้าจังๆ ที่ใบหน้าตามด้วยเข่าและศอก ส่งนักชกจีนล้มตึงกลางเวที อวสานการแข่งขันตั้งแต่เหงื่อยังไม่ทันออก ด้วยเวลาเพียงหนึ่งนาทีเศษของยกแรกเท่านั้น

ด้วยลีลาบนเวทีที่มีทั้งความมันและบันเทิง เพชรดำจึงถูกขึ้นป้ายบนศึกใหญ่ทันทีในโอกาสที่ วัน แชมเปียนชิพ เวียนไปจัดการแข่งขันที่บ้านเกิดประเทศสิงคโปร์เป็นครั้งแรกของปี 2562 ในศึก ONE: CALL TO GREATNESS วันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดียม ดวลกับนักชกจากแดนอาทิตย์อุทัย “มาซาฮิเดะ คูโด” แชมป์รุ่นเฟเธอร์เวตจากรายการไรซ์ของญี่ปุ่น

ครั้งนั้นถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญกับการแข่งขันในกติกาคิกบ็อกซิ่งครั้งแรกในชีวิต แม้เพชรดำจะเคยผ่านการชกมวยไทยมานับร้อยไฟต์ แต่ก็ถือว่ายังใหม่สำหรับเวทีคิกบ็อกซิ่ง อย่างไรก็ตามเพชรดำผู้ไม่ธรรมดาตอกย้ำสถิติน็อกเอาต์ติดต่อกัน โดยใช้เวลาช่วงนาทีแรกของยกที่ 2 ปิดเกมการชกกับอดีตแชมป์รายการไรซ์ในวันนั้น

ผลงานขั้นเทพที่ผ่านมา ส่งให้เพชรดำไต่อันดับขึ้นชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต (61.2 กก.) ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ วัน แชมเปียนชิพ โดยได้พิสูจน์ฝีมือกับ “The Sniper” อีเลียส มาห์มูดี วัย 21 ปี จากแอลจีเรีย ดีกรีแชมป์ 3 สมัยผู้ฝึกฝนมวยไทยมาตั้งแต่วัย 5 ขวบ

เพื่อยกระดับความสามารถของเพชรดำ ทางค่ายเพชรยินดีฯ จึงได้อิมพอร์ตยอดเทรนเนอร์ชาวอเมริกา ไอราน “แพดแมน” แม็คกริฟ จาก TMT Mayweather Boxing Club ของ “ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์” นักชกซูเปอร์สตาร์ที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นนักชกที่ดีที่สุดของโลกเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ มาฝึกวิทยายุทธ ทำให้การชกในสไตล์คิกบ็อกซิ่งของ เพชรดำ พัฒนาขึ้นอย่างผิดหูผิดตา

ในศึก ONE: WARRIORS OF LIGHT วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2562 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เพชรดำคว้าแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต มาได้ในครั้งนั้นจากการรวมคะแนนของกรรมการ หลังจากที่ มาห์มูดี ได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถชกต่อได้ในยกสุดท้าย

แชมป์โลกชาวไทยเจ้าของฉายา “The Baby Shark” จะกลับขึ้นสังเวียนอีกครั้งในประเทศบ้านเกิดเพื่อป้องกันตำแหน่งครั้งแรกในศึก ONE: DREAMS OF GOLD วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคมนี้ ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี เป็นคู่เอกของรายการ เจอกับผู้ท้าชิงชาวดัชต์ “อิเลียส เอ็นนาฮาชิ” ซึ่งมีดีกรีไม่ธรรมดา เขาเป็นถึงแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่ง 6 สมัยในขณะที่มีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น

การแข่งขันไฟต์สำคัญนี้จะถ่ายทอดสู่ผู้ชมกว่า 140 ประเทศทั่วโลก ด้วยแสง สี เสียงระดับเวิลด์คลาส และนักสู้แถวหน้าชื่อดังของโลกที่จะมอบความมันเร้าใจสู่ทุกท่านบนเวทีแห่งนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาด!

แฟนๆสามารถจองบัตรเข้าชมการแข่งขันได้แล้ววันนี้ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา และติดตามข่าวสารของ วัน แชมเปียนชิพ ในภาคภาษาไทยได้ทาง www.onefc.com/th

Comments