เช็คก่อนชก! “เปโตรเซียน” คิกบ็อกซิ่งตัวพ่อ คู่ต่อกร “เพชรมรกต” ก่อนเหวี่ยงหมัดศึก ONE

“จอร์จิโอ เปโตรเซียน” จอมหมัดสายพันธุ์อาร์มีเนีย เจ้าของฉายา “เดอะ ด็อกเตอร์” ผู้ออกหมัดได้เที่ยงตรง แม่นยำราวคุณหมอ ใช้ชีวิตในอิตาลีตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น เขาถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในนักชกที่เก่งกาจที่สุดมาอย่างช้านาน ด้วยวัย 33 ปีเขาได้รับรางวัลแห่งความสำเร็จในการแข่งขันมาแล้วทั่วโลกนับไม่ถ้วน และตอนนี้เขาค้นพบทางของตนเองในสังเวียนศิลปะการต่อสู้ระดับโลกกับ ONE Championship

UFC 239: ‘I wanna punish Askren.’ Jorge Masvidal has bad intentions for undefeated opponent

 

มาทำความรู้จัก “เดอะด็อกเตอร์” ก่อนที่เขาจะขึ้นสังเวียนรีแมตช์กับนักชกไทย “เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี่” ในศึก ONE: MASTERS OF DESTINY วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคมนี้

วัยเด็กที่แสนลำบาก

ชีวิตวัยเด็กของ เปโตรเซียน ที่บ้านเกิดประเทศอาร์มีเนีย เป็นความทรงจำที่เขาหวนระลึกเสมอ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่อะไรต่อมิอะไรไม่เป็นใจ เขาอาศัยอยู่กับพ่อแม่และพี่น้อง ซึ่งภายหลัง “อาร์เมน” น้องชายของเขาได้กลายเป็นแชมป์คิกบ็อกซิ่งเช่นเดียวกัน

เมื่ออาร์มีเนียเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นสาธารณรัฐ และเกิดสงครามกับอาเซอร์ไบจานซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ความโกลาหลบีบให้ครอบครัวของเขาต้องอพยพมาอยู่อิตาลี เมื่อเปโตรเซียนอายุได้ 13 ปี พ่อ พี่ชาย และตัวเขาเองล่วงหน้าไปก่อน คอยจัดที่ทางสร้างเนื้อตัวรอแม่และน้องสองคนที่ตามมาทีหลัง

แม้จะทุลักทุเลในช่วงแรกๆ แต่ครอบครัวนี้ก็ได้เริ่มต้นชีวิตในบ้านหลังใหม่ได้ในที่สุด นับจากนั้นพวกเขาก็โลดแล่นในวงการกีฬา ความสำเร็จของสองพี่น้อง จอร์จิโอ และ อาร์เมน ทำให้นามสกุล เปโตรเซียน เปล่งประกายไปทั่วอิตาลี

จากเด็กข้างถนน

ย้อนกลับไปสมัยที่พวกเขาย่างเข้าแผ่นดินยุโรปครั้งแรก พวกเขาไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน ไม่มีคนรู้จัก ด้วยสถานการณ์บีบบังคับ จอร์จิโอ พ่อ และพี่ชายของเขาจึงต้องอาศัยสถานีรถไฟ และบางครั้งก็หลับนอนข้างถนน

เดชะบุญที่องค์กรการกุศลนาม “คาริทาส (Caritas)” ยื่นมือเข้าช่วยเหลือพวกเขาด้วยการจัดหาบ้านพัก และให้ความสนับสนุนในการปรับตัวสู่สังคมอิตาลี สอนภาษาและหางานให้

“ขอบคุณคาริทาสที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น” เปโตรเซียนกล่าว เขารู้ดีว่าชีวิตพวกเขาต้องแตกต่างไปจากนี้อย่างมากมาย หากไม่ได้รับการช่วยเหลือในตอนนั้น

ตกหลุมรักมวยไทย

ที่ตอนเหนือของอิตาลี “เดอะ ด็อกเตอร์” ค้นพบว่าตัวเองเกิดความหลงใหลในศิลปะการต่อสู้เข้าแล้ว แม้ก่อนหน้านี้เขาจะเป็นแฟนตัวยงของดารานักสู้อย่าง “บรูซ ลี” และ “ฌอง คล็อด แวนแดม” จากภาพยนตร์ที่เขาดูตอนเด็กๆ แต่เขาก็ไม่เคยได้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้อย่างจริงจัง และตอนนี้โอกาสของเขามาถึงแล้ว

เปโตรเซียนในวัย 14 ปี เขาย่างเข้าสู่ยิม และต้องมนต์เสน่ห์ของศิลปะการต่อสู้ในทันที ไม่ใช่แค่ความหลงใหลในเทคนิคหรือการแข่งขัน แต่เป็นวิถีทางของมัน

“ผมก็แค่ชอบแนวคิดของศิลปะการต่อสู้ เหมือนในหนังดังๆ ที่พระเอกเริ่มต้นจากการวิดพื้นครั้งแรก ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งการแข่งขัน”

เขาเข้าสู่สังเวียนการแข่งขันครั้งแรกเมื่ออายุ 16 ปี และคว้าตำแหน่งแชมป์ระดับประเทศมาครองเพียงหนึ่งปีให้หลัง จากนั้นเขาก็กวาดชัยชนะได้เกือบทุกการแข่งขันที่จัดขึ้น

จารึกความสำเร็จ

เปโตรเซียน ใช้ชีวิตอย่างปากกัดตีนถีบมาตลอด การฟาดปากกันในสังเวียนแข่งขันศิลปะการต่อสู้จึงเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขา เพียงปีเดียวหลังขึ้นสังเวียนเขาก็คว้าตำแหน่งแชมป์ระดับประเทศ ในปี 2003 จากนั้นในปีต่อมาเขาได้เป็นแชมป์ยุโรป และอีกสองปีให้หลังเขาก็นั่งบัลลังก์แชมป์โลก

นับจากนั้น “เดอะ ด็อกเตอร์” ก็ถูกจารึกชื่อในฐานะนักชกชั้นแนวหน้าและคงเส้นคงวาที่สุดคนหนึ่งของโลก ด้วยสถิติชนะต่อเนื่อง 42 ครั้งในรอบ 6 ปี รวมถึงคว้าตำแหน่งแชมป์โลก K-1 World Max 2 สมัย และรางวัล “นักกีฬายอดเยี่ยมแห่งปี” อีกมากมายจากทั่วโลก

นักสู้เลือดอามีเนียผู้นี้ยังมีเป้าหมายอีกมากมายที่ต้องการบรรลุในวงการกีฬา และยังมีผู้คนอีกมากที่เขาอยากเป็นแรงบันดาลใจ

ดังนั้นเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเป็นสักขีพยานบนเส้นทางระดับโลกที่เขากำลังจะเผชิญหน้าเป็นครั้งที่สองกับนักชกไทยยอดฝีมืออย่าง “ขุนศอกเมืองดอกบัว” เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี่ เพื่อชี้ชะตาว่าใครจะได้เข้าสู่รอบรองชนะเลิศของการแข่งขัน ONE คิกบ็อกซิ่ง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นเฟเธอร์เวต ซึ่งผู้ชนะในทัวร์นาเมนต์นี้จะได้รับรางวัลสูงสุดในประวัติศาสตร์คิกบ็อกซิ่งถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 31 ล้านบาท) ในวันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคมนี้ ที่แอ็กเซียตา อารีน่า กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

แฟนๆ ชาวไทยรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางแอปพลิเคชัน ONE Super App ตั้งแต่คู่แรก เริ่มเวลา 17.00 น.เป็นต้นไปตามเวลาประเทศไทย

Comments