คำต่อคำ! “โค้ชโย่ง” เคลียร์ใจทุกประเด็นหลังร่วงเอเชียนเกมส์

“โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ อดีตกุนซือทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ เปิดใจทุกประเด็นคำถามหลังยุติบทบาทการเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทัพช้างศึก

หลังจากที่ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ออกมาประกาศแยกทางกับ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ กุนซือทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ ล่าสุด อดีตกุนซือทีมชาติไทยที่เคยพาทีมคว้าเหรียญทองซีเกมส์ เมื่อปีที่แล้ว ออกมาเปิดใจทุกประเด็นคำถามเกี่ยวกับการคุมทีมชาติไทย ในศึกเอเชียนเกมส์ครั้งนี้

“ต้องขอบคุณสมาคมครับที่ให้โอกาสได้ทำทีมชาติมาร่วมสองปีกว่า ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่สำคัญก็คือเราขอรับผิดชอบผลงานในครั้งนี้ครับ” โค้ชโย่งกล่าวเริ่ม

“นักฟุตบอลชุดนี้เราหวังไว้ตั้งแต่เข้ามาคุมครั้งแรกแล้ว ตั้งแต่ซีเกมส์จะเห็นว่ามีเด็กชุดนี้ (รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี) ถูกเรียกติดทีมไป 7-8 คน เพราะว่าเราคิดจะต่อยอดไว้เพื่อไปเล่นซีเกมส์ครั้งหน้า และชิงแชมป์เอเชียเพื่อไปเล่นโอลิมปิกครับ ดังนั้นในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจคต์นี้ครับ อาจจะมีข้อผิดพลาดส่วนตัวผมหลายๆประการ ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ ก็ต้องขอยุติบทบาทครับ”

“ตั้งแต่กลับมาผมคิดในใจอยู่แล้วว่าจะรับผิดชอบผลงานครับ แต่ว่าขอมาอธิบายให้สมาคมได้ฟังก่อนว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหนบ้าง ส่วนจะทำต่อหรือไม่นั้นก็แล้วแต่ทางสมาคมครับ เราเองก็ยอมรับอยู่แล้ว พอไม่ประสบความสำเร็จขึ้นมามันก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งผมเองเป็นคนเลือกตัวผู้เล่น วางแผนทุกอย่าง จึงต้องออกมารับผิดชอบครับ”

เรื่องเวลาการเตรียมทีมที่สั้นเกินไป “โค้ชโย่ง” เผยว่า “ตัวผู้เล่นที่เราเรียกตอนไปอุ่นเครื่องที่จีน เราใช้ตัว U21 ล้วนๆ เพื่อที่จะใช้ในเอเชียนเกมส์หนนี้ จากนั้นพอไปอุ่นเครื่องที่อินโดนีเซีย ก็มีการเปลี่ยนแปลงว่าอาจจะใช้ U23 บ้างบางคน เราจึงเรียกมา

“จริงๆผมว่าเรามีเวลาเตรียมตัวน้อย แต่ผมก็เห็นใจทางสมาคมและทางไทยลีก เพราะว่ามันตกชั้น 5 ทีม การแข่งขันมันสูง ตัวผู้เล่น U21 ของเราก็เป็นตัวหลักของสโมสร ฉะนั้นพอลงไปเล่นแล้วได้รับบาดเจ็บจนถอนตัว เราก็เห็นใจ จริงๆผมเห็นใจสมาคมนะ ที่หยุดลีกเพื่อให้เราไปแข่งเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ เพราะถ้าไม่หยุดเลย สโมสรไม่ปล่อยตัวแน่นอน”

“ผมว่าเรามาเท่านี้ก็เกือบจะสมบูรณ์แล้ว เรามีโอกาสมากในสามเกม เรามีโอกาสยิงประตูเยอะมาก จุดเปลี่ยนพอเราทำไม่ได้ วิธีเล่นก็เปลี่ยนไป ย้อนกลับมาคำถามที่ว่าทำไมเราทำเขาไม่ได้ ก็เพราะว่าเราไม่มีเวลาเทรนด์กองหน้าหลายๆคน”

“สำหรับกองหน้าจริงๆมีทั้ง ปรเมศย์ อาจวิไล (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) , เสฏฐวุฒิ วงค์สาย (ชลบุรี เอฟซี) ซึ่งทั้งคู่เจ็บหมดเลย เราจึงเหลือกองหน้าแค่สองคน คือ เจนรบ สำเภาดี (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) และ ศุภชัย ใจเด็ด (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

“ส่วนที่ เจนรบ หรือ วรวุฒิ นามเวช ติดทีมมา ผมกล้าพูดได้เลยว่าไม่ใช่เด็กเส้นแน่นอน”

“วรวุฒิถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เล่นให้การท่าเรือชุดใหญ่ เขายังได้ไปเล่นทีมบี ผมโทรคุยกับเซอร์เด็จตลอด ส่วน ศฤงคาร พรหมสุภะ ได้เล่นกับ ระยอง เอฟซี ตลอด แต่พอย้ายมาเมืองทองไม่ได้เล่น กรณี เจนรบ จะให้ไปลงสนามพร้อม ชาช่า หรือเฮแบร์ตี้ ไม่ได้แน่นอน ทุกความคิดเห็นของแฟนบอลผมน้อมรับครับ จริงๆแล้วมันเป็นประโยชน์ต่อโค้ชที่เข้ามาทำทีมชาติ”

นอกจากนั้นอดีตกุนซือทีมชาติไทยยังตอบประเด็นเอเยนต์นักเตะมีส่วนในเรื่องการเลือกตัวนักเตะ

“จริงๆผมเคารพคำพูดของพี่เนวินนะ แต่ว่าส่วนตัวผมเป็นโค้ชที่ไม่มีเอเยนต์แน่นอนครับ ผมเจรจาเรียกนักเตะด้วยตัวเองตลอดครับ”

“โค้ชโย่ง” พูดถึงความแตกต่างระหว่างปีที่แล้ว (ได้แชมป์ซีเกมส์) กับปีนี้ (ตกรอบแบ่งกลุ่มเอเชียนเกมส์)

“ผมว่ามันไม่แตกต่างกัน เพราะผมกลับจากซีเกมส์ครั้งที่แล้วผมก็โดนด่าเยอะเหมือนกัน แต่ผมภูมิใจอย่างหนึ่งคือผมเป็นโค้ชที่พาทีมคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์”

“ผมรู้อย่างเดียวว่าผมไม่เคยทำทีมแพ้มาเลเซีย และเวียดนาม”

“สิ่งที่ผมภูมิใจคือวงการฟุตบอลไทยไม่ตกต่ำแน่นอน ผมว่าเรากำลังพัฒนาขึ้น ครั้งนี้มันยังไม่ใช่โอกาสของเรา โค้ชคนต่อไปที่เข้ามาเราต้องช่วยกันพัฒนาดีกว่าครับ การเปลี่ยนแปลงอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย”

“ผมสบายใจเลยพอรู้ว่าตัวเองไม่ได้ทำทีมชาติ มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน ผมรู้สึกกดดันตัวเองตลอด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม”

“ผมรู้สึกว่าโล่ง จริงๆผมเครียดนะ ตอนที่อยู่ในตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน”

“แต่พอผมออก ผมรู้สึกต้องก้าวไปข้างหน้า ต้องหางานใหม่ทำ ตรงนี้ให้ประสบการณ์เราเยอะมาก จริงๆคนที่มาด่า มาติเตียนเรา คือคนที่สนใจเรานะ ถ้าเราสะท้อนคำว่าเรา แล้วกลับมาแก้ไขมันจะดีมาก ด้วยอารมณ์คนบางทีอาจจะมีโกรธบ้าง แต่ไม่ผมโกรธและไม่ตอบโต้”

ทั้งนี้โค้ชโย่งยังพูดถึงประเด็นนักฟุตบอลกับสื่อโซเชียลที่เป็นข่าวดังหลังจบทัวร์นาเมนต์ “จริงๆผมคุยกับนักฟุตบอลตลอดนะ ผมตำหนินักฟุตบอลด้วยซ้ำ เราเลือกที่จะมาอยู่ตรงนี้ (ติดทีมชาติไทย) เราต้องรับให้ได้ ถ้าเป็นไปได้อย่าเล่นโซเชียล เพราะว่าถ้าเล่นแล้วรับไม่ได้ มันจะมีปัญหาตามมา ผมต้องขอโทษน้องๆทุกคน เขายังเป็นเด็กและมีอารมณ์ร่วม เด็กบางทีมันยับยั้งชั่งใจไม่อยู่ ความผิดก็อยู่ที่ตัวนักฟุตบอลด้วย”

โค้ชโย่งยังเปิดใจถึงความรู้สึกส่วนตัวเกี่ยวกับการยุติบทบาทหัวหน้าผู้ฝึกสอนในครั้งนี้ “ผมเสียใจทีทำให้คนไทยผิดหวัง แต่ว่าอย่างน้อยสิ่งที่เสียใจ ก็อาจจะทำให้ผมพัฒนาต่อไป การทำให้แฟนบอลผิดหวัง เป็นสิ่งที่โค้ชและนักฟุตบอลต้องเสียใจครับ”

สุดท้ายโค้ชโย่งพูดถึงโอกาสที่จะกลับมารับใช้ทีมชาติไทยในฐานะผู้ฝึกสอน “จริงๆผมว่าโค้ชทุกคนอยากเข้ามาอยู่ในตำแหน่งเดียวกับผม แต่ว่าต้องดูความพร้อม ส่วนตัวขอเป็นโค้ชชุดเยาวชน ผมอยากสร้างเด็กพวกนี้ขึ้นชุดใหญ่ ถ้ามีโอกาสอีกครั้งก็คงอีกนานครับ”

“เด็กชุดนี้ที่ผมคุมอยู่ มีศักยภาพครับ ส่วนรายการโอลิมปิกคิดว่าเรามีโอกาส คิดว่าเราสู้ได้ ขอโทษแฟนบอลชาวไทยทุกคนครับที่ทำให้ผิดหวัง” โค้ชโย่งทิ้งท้ายด้วยความจริงใจ

Comments