4 แมตช์แห่งความทรงจำของทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์

เหลืออีกเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง ขุนพลนักเตะทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ภายใต้การคุมทีมของ โค้ชโย่ง วรวุธ ศรีมะฆะ ก็จะได้โชว์ฝีเท้าในรายการ เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยเกมแรกพลพรรค ช้างศึก จะต้องพบกับ ทีมชาติกาตาร์ ในวันที่ 14 สิงหาคม 2561 ดังนั้นก่อนทัวร์นาเม้นต์จะเริ่มขึ้น Fox Sports Thailand จะขอโหมโรงกับ 4 เกมที่อยู่ในความทรงจำของแฟนบอลชาวไทย และหวังว่า เอเชียนเกมส์ ครั้งนี้ เหล่าพลพรรค ช้างศึก U23 จะมอบความสุขให้คนไทยอีกครั้ง 

 

ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติเกาหลีใต้ บางกอกเกมส์ 1998 (ไทย)

หนึ่งในเกมที่เป็นที่กล่าวขานและอยู่ในความทรงจำของคอลูกหนังไทยมากที่สุด กับศึก เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ โดย ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์ วิธ กุนซือชาวอังกฤษ ผ่านรอบแรกมาได้แบบไม่ยากเย็นนัก ก่อนจะต้องมาพบกับทัพ โสมขาว ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งเกมนั้นแฟนบอลชาวไทยแห่มาเฝ้าซื้อตั๋วเข้าชมการแข่งขันตั้งแต่เช้ามืดเรียกได้ว่าเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว

โดยการแข่งขันในเกมนี้เกจิทุกสำนักต่างพร้อมใจชี้ไปที่ เกาหลีใต้ ว่าจะสามารถผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้แบบไม่ยากเย็น และก็เกือบจะเป็นเช่นนั้นจริง เพราะเกมนี้ ทีมชาติไทย ยุคดรีมทีม ต้องเหลือผู้เล่น 9 คนในครึ่งหลังเนื่องจาก วรวุธ ศรีมะฆะ เฮดโค้ชชุดเอเชียนเกมส์ คนปัจจุบัน รวมไปกองหลังอย่าง สุรชัย จิระศิริโชติ ซึ่งตอนนั้นสกอร์เท่ากันที่ 1-1 โดย ไทย ออกนำไปก่อนจาก ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก่อนถูกตีเสมอจาก ยู ซาง โชล จบ 90 นาทียังหาผู้ชนะไม่ได้ ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที และใช้กฏที่สุดบีบหัวใจอย่างโกลเด้น โกล มาใช้ โดยใครยิงได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะทันที ซึ่งก็เป็นทัพ พลังโสม ที่ปูพรมบุกเข้าใส่ทัพ ช้างศึก 9 ตัวจนแทบโงหัวไม่ขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลังต่อเวลาพิเศษมาได้แค่ 5 นาที ไทยมาได้ฟรีคิกเยื้องบริเวณริมเส้นฝั่งซ้ายระยะร่วม 40 ดุสิต เฉลิมแสน เขี่ยบอลสั้นให้ วังลันตา ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล วิ่งมาตะบันตูมเดียวดื้อๆบอลพุ่งแหวกอากาศราวกระสุนปืน เสียบสามเหลี่ยมเข้าไป พาทีมชาติไทย โค่น เกาหลีใต้ ได้แบบปาฏิหาริย์ ซึ่งเชื่อว่าคนไทยที่ได้ชมเกมวันนั้น จะต้องเฮเสียงหลงเหมือนกับผู้บรรยายอย่าง อาบิ๊กจ๊ะ สาธิต กรีกุล ที่กรีดร้องด้วยความดีใจเหมือนกับแฟนบอลชาวไทยทั้งประเทศ

 

 

ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติจีน ปักกิ่งเกมส์ 1990 (จีน)

“สนามกีฬาแห่งชาติกรุงปักกิ่ง ในค่ำคืนที่เงียบสงัดจากลูกยิงของ ประเสริฐ ช้างมูล” เหตุการณ์ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2533 ยังตราตรึงอยู่ในใจคนไทย หากใครที่เป็นแฟนบอลไทยรุ่นเก๋า คงจะจำเหตุการณ์ในศึกฟุตบอลเอเชียนเกมส์ปี 1990 ที่ประเทศจีนได้เป็นอย่างดี ซึ่งรายการนั้นในรอบแบ่งกลุ่มทีมชาติไทยอยู่ในสายเดียวกับ คูเวต ,เยเมน และ ฮ่องกง โดยทัพ ช้างศึก สามารถผ่านทะลุเข้าถึงรอบตัดเชือกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่ภาพความทรงจำอันแสนสุดประทับใจอยู่ที่รอบก่อนรองชนะเลิศที่ ไทย พบกับ จีน ในวันชาติของเจ้าถิ่น ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ คาร์ลอส โรแบร์โต้ คาร์วัลโญ่ โค้ชชาวบราซิล ตกเป็นรอง ทีมชาติจีน ทุกกระบวนท่า โดยเป็นฝ่ายโดนแข้งแดนมังกร พับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียวเรียกได้ว่า 11 คนแทบจะอยู่ในแดนตัวเอง

แต่แล้วในนาทีที่ 51 ไทย ก็อาศัยจังหวะโต้กลับ และเป็น สุเมธ อัครพงศ์ ดาวเตะจากสงขลา ที่ตัดบอลได้ตรงกลางสนาม แล้วแทงบอลทะลุให้ ประเสริฐ ช้างมูล หลุดเดี่ยวเข้าไปซัลโวประตูให้ไทยขึ้นนำจีน และกลายเป็นประตูให้ไทย เอาชนะ จีน ไป 1-0 ท่ามกลางแฟนบอลชาวจีนนับแสนคนที่อยู่ในสนามกีฬาแห่งชาติกรุงปักกิ่ง เนื่องจากวันนั้นตรงกับวันชาติจีน ประตูนั้นทำให้ทีมชาติไทยสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลเอเชียนเกมส์ได้เป็นครั้งแรก พร้อมทั้งทำ ให้ชื่อ ประเสริฐ ช้างมูล ดังไปในชั่วข้ามคืน

สำหรับ แข้งช้างศึกชุดประวัติศาสตร์ประกอบไปด้วย (ผู้รักษาประตู) ชัยยง ขำเปี่ยม, สมเกียรติ ปัจสาจันทร์, วิลาศ น้อมเจริญ (กองหลัง) สุทิน ไชยกิตติ, สุรัก ไชยกิตติ, สุเมธ อัครพงศ์, อดิพงษ์ นุกรณ์นวรัตน์, อนันต์ ทองสุข, นที ทองสุขแก้ว, ไพโรจน์ พ่วงจันทร์, (กองกลาง), วรวรรณ ชิตะวณิช, ประภาส ฉ่ำรัศมี, วีระศักดิ์ เดชประมวลพล, ชรินทร์ ปาลศิริ, ประทีป ปานขาว, (กองหน้า) ประเสริฐ ช้างมูล, วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์, รณชัย สยมชัย และ บุญปลีก หนูน้อย

 

 

ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติจีน อินชอนเกมส์ 2014 (เกาหลีใต้)

4 ปีที่แล้วบนแผ่นดินเกาหลีใต้ ในศึกเอเชียนเกมส์ 2014 หรือ“อินชอนเกมส์” ทีมชาติไทยชุดที่เต็มไปด้วยแข้งดาวรุ่งของ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้แบบไม่ยากเย็นนัก ด้วยสถิติชนะ 3 นัดรวด ยิง 11 ไม่เสียประตูเลย(ชนะ มัลดีฟส์ 2-0 , ชนะ ติมอร์ เลสเต 3-0 , ชนะ อินโดนีเซีย 6-0) ทะลุเข้ารอบมาเจอกับ ทีมชาติจีน ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และสามารถสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการต้อนเอาชนะ ทีมชาติจีน 2-0 ซึ่งค่ำคืนนั้นเปรียบเสมือนการจุดประกายความหวังให้กับทัพ ช้างศึก ในทัวร์นาเมนต์ เอเชียนเกมส์ ทันที

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, สารัช อยู่เย็น, ชนาธิป สรงกระสินธ์ คือแข้งตัวหลักของทีมชาติไทยชุดนั้น ที่ได้ลงสนามดวลกับทีมชาติจีน ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ชี้เป็นชี้ตาย คำสบประมาท,คำดูถูก ต่างถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อนว่าทีมชาติไทยคงจะจอดป้ายแค่รอบน็อคเอาท์เท่านั้น เพราะด้วยชื่อชั้น และประสบการณ์ ทำให้สื่อหลายสำนักต่างฟันธงไปในทิศทางเดียวกันว่า ทีมชาติจีน จะเอาชนะ ทีมชาติไทยในเกมนี้ได้ แต่ลูกทีมของ “ซิโก้” ลงสนามด้วยความมั่นใจ และเต็มเปี่ยมไปด้วยทีมเวิร์ค และได้สองประตูจากการเข้าทำอันงดงาม และจบสกอร์โดย AK9 อดิศักดิ์ ไกรษร พา ไทย ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

หลังจากจบการแข่งในแมตช์นั้น สื่อทุกสำนักทั้งไทยและเทศต่างให้ความสนใจกับหมากเด็ดของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือของทีมที่สามารถวางแท็คติคให้ทัพ ช้างศึก สยบ มังกรจีน ได้อย่างสุดยอด ชนิดที่ว่าหักปากกาเซียน ซึ่งหลังจากการตกรอบของ ทีมชาติจีน ในวันนั้น ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆมากมายตามมาของวงการฟุตบอลจีน นั่นคือ การพัฒนาทีมฟุตบอลชายทุกชุด ไล่ตั้งแต่ชุดเยาวชนจนถึงชุดใหญ่ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทีมชาติจีนกำลังสร้างความแข็งแกร่ง เพื่อขึ้นมาเป็นทีมแถวหน้าของทวีปเอเชีย

 

 

ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติเกาหลีใต้ อินชอนเกมส์ 2014 (เกาหลีใต้)


อีกหนึ่งเกมในความทรงจำที่แฟนบอลชาวไทยไม่ค่อยอยากจะจดจำสักเท่าไหร่ก็คือ การแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ในกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 17 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ที่ทัพ ช้างศึก ทีมชาติไทย ต้องมาพบกับกระดูกชิ้นโตอย่างเจ้าภาพ ทีมชาติเกาหลีใต้ โดยก่อนเกมแน่นอนว่าลูกทีมของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ดูเป็นรองเจ้าถิ่นพอสมควร แต่พอเขี่ยลูกเริ่มเล่น ทีมชาติไทย กลับสู้กับเจ้าภาพได้แบบไม่มีเกรงกลัวศักดิ์ศรีเจ้าภาพเลยแม้แต่น้อย

แต่แล้วสิ่งที่หลายๆคนคิดไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม มันก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อผู้ตัดสินอย่าง โมฮาเหม็ด อัล-ซารูนี่ ชาวสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ ออกอาการนกหวีดหวานเป่าเอียงไปทางเจ้าภาพแบบค้านสายตาแฟนบอลชาวไทย ทั้งการมอบจุดโทษให้เจ้าถิ่น และปฏิเสธการให้จุดโทษกับ ทีมชาติไทย ซึ่งผลสุดท้าย ทีมชาติไทย ก็พ่ายไปด้วยสกอร์ 2-0 แบบได้ใจคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งหลังจากจบเกมนั้น เหล่าบรรดานักรบในโลกโซเชี่ยลก็จัดการเข้าไปถล่มเพจจัดการแข่งขันจนเว็บล่ม เรียกได้ว่าเป็นเกมในความทรงจำอีกหนึ่งเกม ที่ไม่มีใครอยากจดจำ

Comments