จับตา 7 แข้งสโลวาเกีย : เราต้องระวังใคร ?

ถ้วยแชมป์คิงส์ คัพ สมัยที่ 16 เป็นเดิมพัน … แต่อุปสรรคสุดท้ายที่ขวางอยู่อย่าง สโลวาเกีย ใหญ่โตสมกับคำว่ารอบชิงชนะเลิศ

พวกเขาเคยไปฟุตบอลโลก , พวกเขาเคยไปฟุตบอลยูโร , พวกเขายังมีนักเตะระดับทวีปที่น่ากลัว แม้คีย์แมนคนสำคัญที่สุดจะบาดเจ็บไป

ต้องชื่นชมสมาคมกีฬาฟุตบอลไทยฯ ที่สามารถเชิญ “สโลวาเกีย” มาร่วมทำการแข่งขันในคิงส์ คัพครั้งนี้ และการเข้าชิงชนะเลิศของพวกเขาก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ

อย่างที่ มิโลวาน ราเยวัช ว่าไว้ … นี่คือแมตช์ที่ท้าทายเขามากที่สุดแมตช์หนึ่งในนามกุนซือ

แต่เขาจะต้องพานักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เผชิญหน้ากับใครบ้างที่น่ากลัว … ครับ แม้ไม่มี มาเร็ค ฮัมซิค แต่แข้งรายที่เหลือ ก็ยังแข็งแกร่ง

Fox Sports Thailand ขออาสาพาไปคัด 7 นักเตะที่น่าจับตามองของทีมชาติสโลวาเกียชุดนี้

1. มาร์ติน ดูบราฟก้า (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)

หากจำกันได้ นายทวารคนนี้เคยยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุดที่ต้นสังกัดของเขา นิวคาสเซิ่ล เปิดบ้านรับมือ “ปีศาจแดง” ที่สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค

แม้จะติดทีมชาติไปเพียง 10 นัด แต่ ณ ขณะนี้ เขาถูกมองว่าเหนือว่าร็อบ เอลเลียต และ คาร์ล ดาร์โลว์ สองนายทวารคนปัจจุบันของ “สาลิกาดง”

ดูบราฟก้า โดดเด่นทั้งในเรื่องรูปร่างที่สูงกว่า 190 เซนติเมตร และปฏิกริยาที่ว่องไว ที่สำคัญสภาพจิตใจมาเต็ม ยิ่งเซฟ ยิ่งคึก

งานนี้ ถ้าจะยิงผ่านเข้าได้ มันคงต้องเป็นการสับไกที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

2. มาร์ติน สเคอร์เทล (เฟเนร์บาห์เช่)

ทุกคนคงรู้จักอดีตเซนเตอร์ฮาล์ฟของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล รายนี้กันดีอยู่แล้ว

สเคอร์เทล ซึ่งเคยคว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งสโลวักมาแล้ว 4 สมัย ผ่านเมเจอร์ทัวร์นาเม้นต์สำคัญมาแล้วสองรายการ คือฟุตบอลโลก 2010 และ ยูโร 2016

แข้งวัย 33 ปี มีจุดเด่นอยู่ที่ความทุ่มเท ดุดัน และแข็งแกร่ง ไม่น่าแปลกใจว่าเขาเป็นหนึ่งในกองหลังที่อยู่ในความทรงจำของแฟนฟุตบอลอังกฤษ และยังไม่มีทีท่าว่าจะเดินหน้าสู่ขาลงง่ายๆ

3. มิลาน สคริเนียร์ (อินเตอร์ มิลาน)

โดดเด่นและมีชื่อเสียงจากการเล่นให้กับ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน แต่อันที่จริง เขาแจ้งเกิดตอนที่อยู่กับ ซามพ์โดเรีย เพียงฤดูกาลเดียว ซีซั่น 2016-2017

ฤดูกาลนั้นเขากลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นในเซเรีย อาถึง 35 เกม (ด้วยวัยเพียง 22 ปี) และเป็นกองหลังที่ มาร์โค จามเปาโล นายใหญ่ “ลาซามพ์” คนปัจจุบัน ยังคงเสียดายมาจนถึงตอนนี้

เขาย้ายมาร่วมทีมอินเตอร์ ด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโร แถมด้วยศูนย์หน้า จานลูก้า คาปรารี่ ข้ามฟากไปเล่นที่ลุยจิ แฟร์ราริส และกลายเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสโลวาเกีย

และไม่มีใครแปลกใจที่ตอนนี้ อินเตอร์ ของ ลูเซียโน่ สปัลเล็ตติ ขาด สคริเนียร์ ไม่ได้จริงๆ เช่นเดียวกับทีมชาติของเขา นำโดยกุนซือยาน โคซัค ที่มี สคริเนียร์ เป็นปราการหลังคู่ใจ

slovakia

4. สตานิสลาฟ โลบอตก้า (เซลต้า บีโก้)

นี่คือกองกลางตัวจริงระดับ ลา ลีกา สเปน ซึ่งได้รับการยกย่องในปัจจุบันว่าเป็นลีกฟุตบอลที่คุณภาพการเล่นดีที่สุดในโลก

โลบอตก้า สามารถยืนต่ำเป็นมิดฟิลด์จอมบัญชาการเกม ขณะเดียวกันสามารถดันขึ้นสูงเล่นเป็นกองกลางตัวรุกได้ด้วยเช่นกัน

เขาย้ายมาจาก นอร์ดสเจลลันด์ ทีมจากเดนมาร์กเมื่อปี 2016 และกลายมาเป็นแดนกลางคนสำคัญของเซลต้า จุดเด่นที่สำคัญของเขาน่าจะอยู่ที่ความฟิต เพราะเขายังไม่เคยพลาดช่วยทีมในลา ลีกา แม้แต่เกมเดียว จาก 29 เกม และมีเพียง 7 เกมเท่านั้นที่เขาลงเล่นไม่ครบ 90 นาที

ในนามทีมชาติ มันเป็นเพียงขาขึ้น เพราะเขาอายุ 23 ปีเท่านั้น และยิงไปแล้ว 2 ประตูในตำแหน่งกองกลางตัวรับ จากการติดทีมชาติเพียง 8 นัด ไม่เบาเลย

5. โรเบิร์ต มัค (พีเอโอเค)

หากไม่นับบรรดากองหลังจอมเก๋าอย่างมาร์ติน สเคอร์เทล , ปีเตอร์ เปคาริค และ โทมัส ฮูโบกัน เขาเป็นผู้เล่นที่ติดทีมชาติมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของทีมชุดนี้

มัค อดีตนักเตะฝึกหัดของแมนเชสเตอร์​ ซิตี้ ที่แม้จะไม่ประสบความสำเร็จกับการค้าแข้งในอังกฤษ แต่สุดท้ายเขาก็ค้นพบที่ทางของตัวเอง กับการปักหลักรับใช้ พีเอโอเค ทีมจากกรีซ และกลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีม กระทั่งมีช่วงหนึ่งที่ย้ายไปร่วมทีม เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ในรัสเซีย และกลับมาเล่นกับทีมเดิมอีกครั้งจนถึงปัจจุบัน

เขาเป็นหนึ่งในนักเตะตัวหลักชุดลุยศึกยูโร 2016 รอบสุดท้าย ที่ฝรั่งเศส และน่าจะอยู่ในแผนการสร้างทีมไปสู่ยูโร 2020 แบบยาวๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความจริงที่ว่า สโลวาเกีย ไม่ค่อยมีผู้เล่นริมเส้นเป็นตัวเลือกมากสักเท่าไหร่

Bye bye World Cup..😢⚽️🌎 #koniec #wearesorry

A post shared by Adam Nemec ® (@cemenmada) on

6. อดัม เนเม็ค (ดินาโม บูคาเรสท์)

ศูนย์หน้าจอมเก๋าวัย 32 ปีรายนี้ประสบการณ์โชกโชน เขาเดินทางค้าแข้งมาแล้วในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นเบลเยียม, เยอรมนี , เนเธอร์แลนด์ , สหรัฐอเมริกา และล่าสุดมาค้าแข้งกับยักษ์ใหญ่ของโรมาเนีย อย่าง ดินาโม บูคาเรสท์

ดีกรีของเขาคือการคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยกับสองลีกในยุโรป (แชมป์เบลเยียม คัพ กับ เกงค์ และ คูป้า ลีจี้ บอลถ้วยเล็กของโรมาเนีย) และเคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของสโลวาเกียกับทีม ซิลิน่า มาแล้วเมื่อ 11 ปีก่อน

เนเม็ค มีเชิงบอลที่ดี และมีรูปร่างสูงใหญ่แข็งแกร่ง น่าจะสร้างปัญหาให้กับนักเตะไทยได้พอสมควรหากเขาได้รับโอกาสลงสนามslovakia

7. มิชาล ดูริส​ (อนอร์โธสิส ฟามากุสต้า)

เขาเป็นผู้ทำประตูสำคัญพา สโลวาเกีย เฉือนชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเข้ามาชิงชนะเลิศคิงส์ คัพครั้งที่ 46

เคยค้าแข้งกับวิคตอเรีย พัลเซ่น ในลีกของสาธารณรัฐเช็กมาแล้ว 7 ปี ปัจจุบันเขาเป็นนักเตะของทีม โอเรนเบิร์ก ในรัสเซีย แต่โยกมาค้าแข้งที่ไซปรัส กับ อนอร์โธสิส ด้วยสัญญายืมตัว)

เขากลายเป็นศูนย์หน้าตัวเลือกแรกๆ ของ แยน โคซัค เนื่องจากอายุที่ยังไม่มากเกินไป และมีจุดเด่นอยู่ที่ความคล่องตัว และการหาพื้นที่

แน่นอนว่าเขาต้องการจะยิงในคิงส์คัพครั้งนี้ให้ได้ทั้งสองเกม และเป็นหน้าที่ของปราการหลังช้างศึกที่ต้องหยุดเขาให้ได้

Comments